Categories
สูตรอาหาร

ขนมจีนน้ำพริก ตำรับวังหลวงพระบาง อาหารลาวหลวงพระบาง ตำรับพระราชวังหลวง

ขนมจีนน้ำพริก

อาหารลาวรสชาติคุ้นลิ้นอย่าง ขนมจีนน้ำพริก เป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อยที่คนรักอาหารรสแซ่บไม่พลาดแน่ ๆ และนอกจากจะเป็นเมนูมื้อหลักได้แล้วยังเป็นเสมือนเมนูจัดเลี้ยงสำหรับต้อนรับแขกได้ดีอีกด้วยเพราะเมนูนี้มาพร้อมกับเครื่องเคียงผักสดที่กินคู่กันได้อย่างอร่อยทั้งวันได้เลยทีเดียว และสำหรับใครที่อยากชิม ขนมจีนน้ำพริกตำรับชาววังลาวแท้ ๆ ต้องไม่พลาดรีวิวบทนี้เลยด้วย เพราะจะชวนเพื่อน ๆ ลงครัวทำอาหารรสเด็ดตำรับชาววังหลวงพระบาทที่ถอดสูตรแท้ ๆ มาจากห้องต้นเครื่องวังหลวงพระบางกันเลย บอกเลยว่าสูตรนี้ใครได้ทานรับรองติดใจแน่นอน

สูตรเด็ดอาหารลาวชาววัง ขนมจีนน้ำพริก ตำรับวังหลวงพระบาง ทำง่ายได้รสอร่อยจากครัวไทยในบ้าน

ขนมจีนน้ำพริก

ต้องบอกเพื่อน ๆ เลยว่าอาหารลาวเมนูนี้ ผู้เขียนได้สูตรมาจากหนังสือตำรับอาหารพระราชวังหลวงพระบาง ของ เพียงสิง จะเลินสิน หัวหน้าห้องต้นเครื่องวังหลวงพระบางนั่นเอง ซึ่งมันคือหนึ่งในเมนูโปรดที่ลงครัวแล้วต้องบอกเลยว่าดีต่อใจมาก ๆ และอยากชวนเพื่อนลงครัวปรุงรสขนมจีนน้ำพริกสูตรนี้ด้วยกัน ที่รับรองว่าทำง่าย ได้รสอร่อยแบบชาววังลาวแท้ ๆ แน่นอน

วัตถุดิบและส่วนผสม

ขนมจีนน้ำพริก

เครื่องขนมจีนน้ำพริก

  1. ข้าวปุ้น หรือ ขนมจีน
  2. เครื่องเคียงผัก หรือ ผักเหมือด ได้แก่ หัวปลีซอย มะเขือเปราะ ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว พริกแดง 

เครื่องน้ำพริกตำรับวังหลวงพระบาง 

  1. เนื้อหมูแดง 300 กรัม 
  2. ปลา 1 ตัว (น้ำหนักประมาณ 400 กรัมได้)
  3. กระดูกหมู 1 กิโลกรัม
  4. ข่าฝาน ประมาณ 10 แว่น
  5. ต้นหอม ประมาณ 10 ต้น
  6. น้ำปลาร้า 1 ถ้วย 
  7. เกลือ เล็กน้อย 
  8. กระเทียม ประมาณ 15 หัว 
  9. มะพร้าวห้าว 3 ผล หรือ น้ำกะทิสำเร็จก็ได้
  10. พริกแดง ประมาณ 6 เม็ด
  11. พริกไทยปน ตามชอบ
  12. ผักชีลาว ตามชอบ
  13. มะนาว ตามชอบ

TIP : สัดส่วนของเครื่องปรุงใครชอบเผ็ดมากสามารถปรับเพิ่มได้ตามใจชอบได้เลยจ้า 

ขั้นตอนและวิธีทำ ขนมจีนน้ำพริก ตำรับวังหลวงพระบาง

ขนมจีนน้ำพริก

สูตรน้ำพริก 

  1. นำปลาร้า 1 ถ้วยเล็กมาเอะ หรือหล่นไฟอ่อน เคี้ยวให้สุกแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำปลาร้า พักไว้
  2. นำเนื้อหมูแดงมาสับให้ละเอียด ปั้นเป็นก้อนใหญ่ ๆ แล้วนำไปต้มกับน้ำปลาร้าที่เตรียมไว้ให้สุก ตักพักให้เย็น จากนั้นนำไปตำให้ละเอียดพักไว้
  3. ตั้งหม้อน้ำปล่าว ใส่ปลา กระดูกหมู ข่า ต้นหอมหั่น หอมแดง เกลือ ลงไปต้มให้เดือดจนเนื้อปลาสุก ตักเนื้อปลามาแกะและนำไปโขลก ให้ละเอียด พักไว้ (กรองเอาน้ำซุปเตรียมไว้ปรุงน้ำพริก)
  4. นำกระเทียมซอยแว่น ไปเจียวกับน้ำมันให้พอเหลืองหอม ตักออกมาพักให้เย็นแล้วโขลกให้ละเอียดเตรียมไว้
  5. นำพริกแห้งแดงเอาไปย่างไฟพอกรอบ จากนั้นเจาะออกเมล็ดด้านในออก เหลือเพียงเปลือกกรอบ ๆ นำมาโคลกให้ป่นละเอียด แล้วนำไปทอดกับน้ำมันมะพร้าวอีกครั้ง ระวังอย่าให้เกรียมเพราะจะทำให้หน้าน้ำพริกขนมจีนดำได้ 
  6. ตั้งไฟเคี่ยวน้ำกะทิให้พอข้น อย่าให้แตกมัน ใส่เนื้อปลาโขลกละเอียด เนื้อหมูโขลก กระเทียมทอดโขลก และพริกป่นทอด เข้าไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำซุปลงไปพอข้น ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทยป่น ผักชีซอย มะนาว ชิมรสตามชอบ 

เครื่องเหมือดขนมจีน หรือ เครื่องเคียงผัก

ขนมจีนน้ำพริก

นำผักสดที่เราเตรียมไว้ อาทิ หัวปลีซอย มะเขือเปราะซอย ผังบุ้งหั่น ถั่วฝักยาว และ พริกแห้งแดง ไปทอดด้วยน้ำมันให้เหลืองกรอบที่ละอย่าง แล้วตักขึ้นพักให้เย็น พร้อมจัดเสิร์ฟคู่น้ำพริกและขนมจีน เพียงเท่านี้เราก็จะได้ชุดจัดเสิร์ฟเมนูอาหารลาวชาววังอย่าง รสเด็ดเรียบร้อย เห็นไหมว่าอาหารชาววังมักต้องพิถีพิถันในการการปรุงรสเสมอ และแน่นอนว่ามันทำได้ง่าย ๆ จากครัวในบ้านของเราที่ไม่ต้องเดินทางไปเยือนถึงหลวงพระบางลาวก็ได้อาหารอร่อยอิ่มสบายท้องได้แล้ว ซึ่งเมนูชาววังลาวนี้บอกเลยว่า จัดเสิร์ฟเป็นเมนูพิเศษเพื่อต้อนรับแขกในงานเลี้ยงรับรองติดใจในรสอร่อยแน่นอน

ขนมจีนน้ำพริก

สรุป 

รสอร่อยของอาหารลาวสูตรขนมจีนน้ำพริกตำรับวังหลวงพระบาง อยู่ตรงที่น้ำพริก ที่นอกจากส่วนผสมของน้ำปลาร้าแล้วยังใช้กะทิเข้าไปเป็นส่วนผสมเพิ่มอีกด้วย อีกทั้งยังปรุงรสเพิ่มด้วยพริกไทย และ ผักชีลาว ซึ่งให้รสชาติเผ็ดกำลังดีและหอมกลิ่นผักชีลาวในแบบเฉพาะคนลาวหรือฝั่งอีสานบ้านเรา ซึ่งมันคือรสชาติที่เราคุ้นเคยเพียงความละเมียดละไมในการปรุงและเตรียมส่วนผสมที่พิถีพิถันทำให้เมนูอาหารนี้เหมาะมากสำหรับทำต้อนรับแขกแก้วมาเยือนนั่นเอง

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://paperindustrymag.com เว็บพนันออนไลน์มาใหม่

Categories
สูตรอาหาร อาหารสุขภาพ

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง เมนูหน้าฝนกับอาหารลาวแซ่บนัว มากประโยชน์

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง

เมนูอาหารลาวที่เรานำมาแนะนำและชวนเพื่อน ๆ ลงครัวกันในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งเมนูหายาก ที่หากินกันได้แค่ช่วงฤดูเท่านั้น และแน่นอนว่าเพราะวัตถุดิบหายากมันเลยทำให้เมนูอาหารชนิดนี้มากับราคาที่ค่อนข้างแพงด้วย นั่นก็คือ เมนูที่ทำจาก “เห็ดเผาะ” นั่นเอง เห็ดที่ออกแค่ช่วงฤดูฝนที่มาพร้อมกับความอร่อย หายาก เพาะไม่ได้ แถมยังมากด้วยสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจะให้อร่อยแซ่บนัวก็ต้องเมนูนี้เลย แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง รสแซ่บ ๆ หอมปลาร้านัว ๆ เต็มเครื่องปรุงสมุนไพรแน่น ๆ ว่าแล้วน้ำลายไหล ตามไปดูขั้นตอนและวิธีทำกันเลยดีกว่า

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง สูตรเด็ดอาหารลาวหายาก ที่ทำได้ง่าย ๆ

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง

มารู้จักวัตถุดิบอย่าง เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ กันก่อนที่จะไปลงครัวสักหน่อยดีกว่า ซึ่งเพื่อน ๆ รู้ไหมว่า เห็ดชนิดนี้เป็นเห็ดพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติน่ะ และจะหากินได้แค่เฉพาะช่วงต้นฤดูฝนราว ๆ เดือน พ.ค. – มิ.ย. เท่านั้น ทำให้เราจะเห็นเมนูอาหารนี้บนปกเมนูอาหารร้านแค่เพียงช่วงฤดูนี้เท่านั้น มันเลยทำให้ราคาค่อนข้างแพงเอาการเลยทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ ด้วยรสชาติที่อร่อย กรอบเผาะ ใครได้กินก็ติดใจ เอาเป็นว่าใครเข้าตลาดแล้วเจอวัตถุดิบหายากชนิดนี้เราแนะนำว่าไม่ควรพลาดกับสูตรเด็ดแกงลาวเห็ดเผาะใบย่านางรสแซ่บซี้ดนี้เลยรับรองติดใจแน่นอน ตามไปดูวิธีทำกันเลย

วัตถุดิบและส่วนผสม สำหรับทำแกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง 

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง
  1. เห็ดเผาะสด ๆ ประมาณ 1-2 ขีด
  2. ผักหวาน ประมาณ 1 ถ้วย
  3. ใบย่านาง 1 กำ
  4. ใบแมงลัก 2-3 ต้น
  5. ตะไคร้ซอย 1 หัว
  6. พริกแดงจินดา 7-10 เม็ด
  7. พริกขี้หนูสวน 7 เม็ด
  8. กระเทียมไทย 5-10 กลีบ
  9. หอมแดง 5 หัว
  10. เกลือ 1/4 ช้อนโต๊ะ
  11. ผงปรุงรส 1/4 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำปลาร้าต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะ
  13. น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  14. ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ หรือใช้ ข้าวเบือ แทนก็ได้ (จะไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ)

ขั้นตอนและวิธีทำ 

  • โขลกพริกแกง โดยใส่เครื่องสมุนไพร กระเทียม พริกแดงจินดา พริกขี้หนูสวน ตะไคร้หั่น หอมแดง โขลกให้แหลกพอหยาบ ๆ เตรียมไว้
  • นำเห็ดเผาะสด ๆ ไปล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้
แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง

TIP : วิธีล้างเห็ดเผาะให้สะอาดเกลี้ยงให้เอาเห็ดไปแช่น้ำเกลือไว้สัก 15 นาที หรือจะมากกว่านั้นก็ได้ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดสัก 3-4 รอบ ไม่ต้องเอาเล็บไปขุด ๆ นามันจะทำให้เห็ดด่าง ๆ ต้มออกมาไม่สวย และจะให้อร่อยแนะนำให้เลือกซื้อเห็ดเผาะสด ๆ ที่ยังไม่ได้ต้มมาจะกรอบอร่อยและนุ่มกว่าจ้า

  • นำเห็ดเผาะที่ล้างสะอาดแล้ว ไปต้มในน้ำผสมเกลือเล็กน้อย ด้วยไฟอ่อน เพื่อล้างดินที่ติดออกอีกรอบ (ระวังอย่าใช้ไฟแรงเพราะจะทำให้เห็ดระเบิดใส้ทะลักได้)
  • คั่นน้ำใบย่างนาง แล้วนำไปต้มในหม้อไฟปานกลาง (ขั้นตอนนี้จะใส่ข้าวเบือลงไปเลยหรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ชอบ) จากนั้นใส่น้ำพริกเครื่องแกงที่เตรียมไว้ลงไป ต้มต่อไปพอให้น้ำแกงเดือดได้ที่
แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง

TIP : ข้าวเบือ คือ ข้าวเหนียวดิบที่นำไปแช่น้ำจนนิ่มแล้วนำมาตำให้ละเอียด จะทำให้น้ำแกงข้นนัวขี้น

  • จากนั้นใส่เห็ดเผาะลงไป ลดไฟให้อ่อนลง ต้มต่อไปสัก 2-3 นาที ปรุงรสเพิ่มด้วยเครื่องปรุงรส น้ำปลาร้า น้ำปลา เกลือ ชิมรสตามชอบ 
  • ได้รสตามชอบแล้ว ใส่ผักหวานลงไป คนให้ทั่ว ตามด้วยใบแมงลัก เสร็จแล้วยกลงเตา ตักเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ อร่อยได้แล้ว (ขั้นตอนนี้ถ้าชอบผักเยอะ ๆ ก็ใส่เพิ่มได้ตามชอบได้เลย)

คุณค่าและประโยชน์ต่อสุขภาพ

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง

อาหารลาวเมนูนี้นอกจากเครื่องสมุนไพรแน่น ๆ ในน้ำพริกแกงที่มากด้วยประโยชน์ต่อร่างกายคนทานแล้ว รู้ไหมว่า เห็ดเผาะ วัตถุดิบหายากชนิดนี้ยังดีต่อสุขภาพมากด้วยน่ะ เพราะเขามาพร้อมกับสรรพคุณที่ช่วยบำรุงร่างกาย รักษาอาการช้ำใน และลดอาการบวมหรืออักเสบของร่างกายได้ดี แถมยังแก้ร้อนในได้อีกด้วย 

สรุป 

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านาง

แกงลาวเห็ดเผาะใบย่านางนับเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารลาวเพื่อสุขภาพ ที่ค่อนข้างหาทานยาก ดังนั้น พอเจอวัตถุดิบอย่างเห็ดเผาะแล้วละก็ อย่าลืมลองสูตรอาหารอร่อย ๆ นี้ไปทำทานกันนะ

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://paperindustrymag.com เว็บไซต์ที่รวบรวมพนันออนไลน์ทั้งหมดมาไว้ที่นี่ที่เดียว

Categories
สูตรอาหาร

แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม อาหารลาวเมนูบ้าน ๆ แซ่บน้ำปลาร้านัว ๆ หอมผักอีตู่ลาว

แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม

หน่อไม้ส้ม เป็นอีกหนึ่งอาหารลาวรสแซ่บซี้ดที่ถูกใจใครหลาย ๆ คนมาก ด้วยรสชาติเปรี้ยวเค็มที่นำมาปรุงอาหารเมนูไหนก็อร่อยแถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายคนทานด้วย และวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาเพื่อน ๆ ลงครัวมาปรุงเมนูอาหารรสเด็ดจากหน่อไม้ส้มกัน ซึ่งสำหรับเมนูนี้เรามาเพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วยโปรตีนจากเนื้อปลาที่ย่อยง่ายกันดีกว่ากับเมนู แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม แบบลาวบ้าน ๆ เครื่องสมุนไพรจัดเต็ม เนื้อปลาแน่น ๆ แซ่บปลาร้านัว ๆ ผักอีตู่ลาวหอม ๆ บอกเลยอร่อยแน่นอน

แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม อาหารลาวสูตรเด็ด แซ่บปลาร้านัว ๆ ซี้ดได้ใจ 

วัตถุดิบและส่วนผสม สำหรับการทำ แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม

  1. เนื้อปลานิล ปลาดุก หรือปลาช่อน (เลือกตามชอบได้เลย) 500 กรัม
  2. หน่อไม้ดองบีบน้ำออก 300 กรัม
  3. น้ำปลาร้าต้มสุก ½ ถ้วยตวง
  4. ผักอีตู่ลาว หรือ ใบแมงลัก 8-10 ช่อ
  5. ต้นหอมหั่นท่อนยาวๆ 4-5 ต้น
  6. ใบมะกรูดฉีก 7 ใบ
  7. น้ำปลา
  8. ผงนัว
แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม

ส่วนผสมน้ำพริกแกง

  1. พริกแดง 5 เม็ด
  2. หอมแดง 3 หัว
  3. กระเทียมจีน 5 กลีบ
  4. เกลือแกง 1 ช.ช.
  5. น้ำปลาร้า 3 ช.ต.
  6. ข่า 3-5 แว่น
  7. ตะไคร้ 2 ต้น

ขั้นตอนและวิธีทำ แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม

แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม
  1. เตรียมน้ำพริกแกง โดยโขลกเครื่องแกง พริกแดง ข่า ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง ใส่เกลือเม็ดนิดหน่อย ตำให้ละเอียดและตักขึ้นพักไว้
  2. ล้างเนื้อปลาให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 
  3. นำหน่อไม้ส้มมาล้างน้ำให้สะอาด บีบน้ำออก ขึ้นพักสะเด็ดน้ำไว้ (หากหน่อไม้ดองที่ซื้อมามีรสชาติที่เปรี้ยวมากจนเกินไปให้ล้างน้ำสัก 2 รอบ หรือเลือกซื้อหน่อไม้ส้มที่ทำใหม่สัก 3 วันมาปรุงจะได้รสเปรี้ยวเค็มกำลังพอดี)
  4. โขลกเครื่องแกง ตะไคร้ ข่า พริกแดง กระเทียมจีน เกลือ ให้ละเอียด เติมรสด้วยน้ำปลาร้า เสร็จแล้วพักไว้
  5. ตั้งหม้อใส่น้ำ ทุบตะไคร้ใส่ลงไปสัก 1 หัว ต้มด้วยไฟปานกลางพอเดือด ใส่หน่อส้มลงไปต้มสัก 10 นาที (เพื่อลดรสเฝือนของหน่อไม้ส้ม) จากนั้น ใส่น้ำพริกแกงลงไปต้มต่อให้เครื่องแกงส่งกลิ่นหอม 
  6. ใส่เนื้อปลาลงไป คนให้เบามือและต้มต่อไปสักพักให้เนื้อปลาสุก ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ผงปรุงรส ชิมรสตามชอบ 

TIP: ในขั้นตอนใส่เนื้อปลาลงไป แนะนำว่าคนทันทีเพราะจะทำให้ปลาส่งกลิ่นคาวออกมาได้ รอให้เนื้อปลาพอสุก ใช้ทัพพีกดและคนเบา ๆ ระวังอย่าหนักมือตอนคนเพราะจะทำให้เนื้อปลาและได้

  1. พอแกงสุกได้ที่ ใส่ใบมะกรูดฉีก ใบแมงลักหรือผักอีตู่ลาว และต้นหอมซอยลงไป ปิดไฟยกหม้อลงจากเตา ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงผักสดและข้าวเหนียวร้อน ๆ 

เคล็ดลับความอร่อย 

อาหารลาวสูตรบ้าน ๆ จะใช้เครื่องปรุงสมุนไพรรสไม่กี่อย่างแต่ค่อนข้างจะหนักมือพอสมควรกับเครื่องแกง ดังนั้นจะให้อร่อยแซ่บซี้ถึงใจแนะนำว่าน้ำพริกต้องเครื่องสมุนไพรแน่น ๆ ใครชอบรสจัดจ้านเพิ่มส่วนผสมในน้ำพริกแกงแบบจัดเต็มไปเลย และน้ำแกงจะให้รสนัวอร่อยลิ้นอย่าเพิ่งปรุงรสด้วยน้ำปลา ให้เน้น ๆ ไปที่น้ำปลาร้าก่อน รับรองแซ่บซี้ดแน่นอน 

แกงปลาใส่หน่อไม้ส้ม

สรุป 

แกงปลา ใส่หน่อไม้ส้ม เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารลาวรสอร่อย ที่ใครได้ชิมแล้วรับรองติดใจแน่นอน เพราะนอกจากน้ำแกงปลาร้านัว ๆ แซ่บ ๆ แล้ว รสชาติเปรี้ยวเค็มกำลังดีของหน่อไม้ส้มยังให้รสอร่อยติดลิ้นอีกด้วย ซึ่งสูตรนี้บอกเพื่อน ๆ ได้เลยว่าจะเลือกใช้เนื้อปลาอะไรก็ได้ตามชอบได้เลย ว่าแล้วอย่าลืมเอาสูตรอาหารและเคล็ดลับดี ๆ ที่เรามานำฝากไปลงครัวกันนะ

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://paperindustrymag.com เว็บตรงไม่ผ่านเอเยนต์

Categories
สูตรอาหาร

ก้อยส้มผักกาด ปลาดุกย่าง อาหารลาวบ้าน ๆ สูตรลาวฝั่งโขง ทำง่าย อร่อยแซ่บนัว

ก้อยส้มผักกาด

ก้อยส้มผักกาด ปลาดุกย่าง เป็นอีกหนึ่งอาหารลาวแบบบ้าน ๆ ที่ค่อนข้างละม้ายคล้ายคลึงกับอาหารพื้นถิ่นภาคเหนือของไทยอย่าง ส้าผักส้ม หรือ ยำผักดองเมืองเหนือ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดของคนไทยที่นิยมทำทานกันเองภายในครอบครัวหรือทำขายกันตามตลาดสดบ้าน ๆ ซึ่งถือเป็นอาหารที่เกิดจากการแปรรูปวัตถุดิบอย่างผักกาดตามภูมิปัญญาคนโบราณที่น่าสนเลยทีเดียว แถมรสชาติแซ่บซี้ดเปรี้ยวอมเค็มและเผ็ดจัดจ้านนัวลิ้นที่กินคู่กับเครื่องเคียงผักสดอย่างมะเขือเปราะและปลาย่าง หรือจะกินเดี่ยว ๆ ก็อร่อยนัวลิ้นนั้น แน่นอนว่าเราไม่พลาดที่จะนำมาชวนเพื่อน ๆ ลงครัวกัน ว่าแล้วไปปรุงเมนูอร่อย นี้กันเลยดีกว่า

ก้อยส้มผักกาด สูตรอาหารลาวบ้าน ๆ ทำง่าย รสอร่อยแซ่บนัว

ก้อยส้มผักกาด

ก้อยส้มผักกาดอาหารลาวบ้าน ๆ เมนูนี้บอกเลยว่าทำง่ายมาก ๆ แซ่บซี้ดได้ด้วยรสพริกและน้ำปลาร้าหอม ๆ จะให้อร่อยต้องเครื่องสมุนไพรแน่น ๆ และด้วยการที่เป็นอาหารพื้น ๆ ที่ทำได้ง่าย เราจึงจะเห็นคนพื้นถิ่นลาวและไทยภาคเหนือทำกินกันเองในครอบครัวบ่อย ๆ เคล็ดลับความอร่อยอีกอย่างหนึ่งสำหรับเมนูอาหารชนิดนี้ก็คือการเลือกซื้อวัตถุดิบอย่างส้มผักกาดที่หากเลือกไม่ดีอาจมีกลิ่นเหม็นเขียวติดมาจนทำให้รสอาหารกร่อยลงไปได้ เอาเป็นว่าตอนซื้อขอแม่ค้าในตลาดชิมดูก่อนเป็นดี ว่าแล้วตามไปดูวิธีทำกันเลย

วัตถุดิบและส่วนผสม ส้าส้มผักกาด

  1. ส้มผักกาด ½ กิโลกรัม
  2. ขิงอ่อน 1 หัว
  3. พริกป่นคั่ว ใส่ตามชอบ
  4. ผักชี ต้นหอม หอมลาบ ใบขิง ใส่ตามชอบ
  5. กระเทียม 4 กลีบ
  6. ผงนัว 1 ช้อนชา
  7. น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
ก้อยส้มผักกาด

ขั้นตอนและวิธีทำ

  1. เอาส้มผักกาดมาบีบน้ำออกให้หมด แล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ พอดีคำ เตรียมไว้ในชามผสม
  2. หั่นผักชี ต้นหอม หอมลาบ ใบขิง กระเทียม ใส่ลงไป ตามด้วยขิงอ่อนซอย
  3. คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เติมน้ำปลาร้า น้ำปลา พริกป่นคั่ว ผงนัวลงไป คลุกขยำให้เข้ากันอีกรอบ ชิมรสตามชอบ

TIP : จะให้อร่อยหอมพริกคั่ว แนะนำให้นำพริกแห้งมาคั่วไปอ่อน ๆ แล้วนำไปตำหรือบ่นใหม่ ๆ จะได้กลิ่นหอมและรสแซ่บของพริกจัดจ้านกว่าพริกป่นคั่วที่หาซื้อตามตลาด

  1. ตักใส่จานเสิร์ฟ คู่กับเครื่องเคียงผักสดอย่างแตกกวา มะเขือเปราะข้าวเหนียว และปลาดุกย่าง อร่อยแซ่บเลยทีเดียว

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ก้อยส้มผักกาด อาการลาวแบบบ้าน ๆ สูตรลาวแท้เรียบร้อย บอกเลยว่าถึงเครื่องน้อยแต่อร่อยแซ่บมากพอ ๆ กับกิมจิเมืองเกาหลีได้เลยทีเดียว แถมส้มผักกาดยังสามารถเก็บไว้กินได้นานอีกด้วย 

เคล็ดลับเพิ่มความอร่อยให้กับ ก้อยส้มผักกาด

ก้อยส้มผักกาด

ก้อยส้มผักกาดอาหารลาวสูตรนี้ ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นของขิงอ่อน สามารถเปลี่ยนเป็นข่าอ่อนได้เลยให้รสเผ็ดแซ่บที่มากกว่าได้ และยังสามารถประยุกต์สูตรก้อยส้มผักกาดให้มีรสที่เข้มข้นยิ่งขึ้นเครื่องสมุนไพรแน่น ๆ แบบที่เราเห็นขายกันตามตลาดสดได้เลย เพียงนำเครื่องพริกอย่าง พริกแห้งหอมแดง กระเทียม กะปิไปย่างไฟให้หอมแล้วนำมาตำให้ละเอียดคลุกผสมเข้ากับส้มผักกาดและน้ำปลาร้าจะให้หอมนัวขึ้นลองนำไปห่อไปตองแล้วย่างไฟก่อนนำมาผสมคลุกกับส้มผักกาด บอกเลยว่ากลิ่นหอมนัวมาก ๆ เลยทีเดียว 

ก้อยส้มผักกาด

สรุป 

อาหารลาวไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารประเภทไหน เราจะเห็นได้ว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานการปรุงรสแบบง่าย ๆ ตามวิถีวัฒนธรรมแบบบ้าน ๆ มีเครื่องปรุงรสอย่างน้ำปลาร้าเป็นหลักในการปรุงอาหารแต่ละสูตร ก้อยส้าผักกาด ก็เหมือนกันถือว่าเป็นอีกหนึ่งการถนอมอาหารและแปรรูปอาหารไว้ทานได้นานขึ้น นับว่าเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดส่งต่อกันมาที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพื่อน ๆ ลองนำไปทำกันนะ ง่าย ๆ พื้น ๆ แต่อร่อยแซ่บซี้ดแน่นอน ใครอยู่ต่างประเทศก็ทำได้เพราะเดี๋ยวนี้วัตถุดิบหาง่ายขึ้นเยอะเลยทีเดียว แถมยังเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่ทำให้อ้วนได้อีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://midwestrailplan.org/ แหล่งรวมพนันออนไลน์ ทั้งคาสิโน หวย บอล บาคาร่า และอื่นๆ

Categories
สูตรอาหาร

ก้อยเป็ดย่าง อาหารลาวแซ่บ ๆ ปลาร้านัว ๆ เป็ดย่างหอม ๆ แน่นเครื่องสมุนไพรจัดเต็ม

ก้อย เป็นอีกหนึ่งอาหารลาวพื้นถิ่นที่ดำรงอยู่คู่กับคนลาวมาอย่างยาวนาน นิยมปรุงจากเนื้อสัตว์ดิบ ๆ ไข่หรือตัวอ่อนของแมลงกินได้ ที่คนไทยคุ้นเคยก็จะมี ก้อยไข่มดแดง ก้อยเนื้อ ก้อยปลา ก้อยกุ้ง เป็นต้น และด้วยวัฒนธรรมการกินของคนไทยคล้ายคลึงกับคนฝั่งลาวทำให้ ก้อย กลายเป็นอาหารประจำถิ่นของคนภาคอีสานของไทยและได้รับความนิยมทานจากคนไทยทุกภาคอีกด้วย และเมนูแนะนำสำหรับลงครัวปรุงรสอาหารบทนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ ไปทำ ก้อยเป็ดย่าง หอม ๆ แซ่บปลาร้านนัว ๆ เครื่องสมุนไพรแน่น ๆ กัน รับรองว่าใครที่คิดว่าทำยากนั้นต้องเปลี่ยนความคิดไปเลยทีเดียว

ก้อยเป็ดย่าง สูตรอาหารลาวบ้าน ๆ รสแซ่บส่งตรงจากสะหวันนะเขตลาว

ก้อยเป็ดย่าง

ก้อยเป็ดย่างเมนูอาหารลาวรสเด็ดสะระตี่ชนิดนี้ จะทำให้อร่อยก็ต้องดับกลิ่นคาวเป็ดออกให้หมดไม่งั้นกลิ่นแรง ๆ ของเขาอาจทำให้อาหารอร่อยเสียรสชาติไปได้ และสูตรก้อยเป็ดย่างบทนี้ก็มาพร้อมกับเคล็ดลับดี ๆ ที่จะทำให้อาหารของเพื่อนคงรสชาติอร่อยแซ่บถึงใจ ที่ไม่มีกลิ่นสาปมารบกวน พร้อมแล้วไปลุยครัวกันเลยจ้า

วัตถุดิบและส่วนผสม ก้อยเป็ดย่าง

  1. เป็ด 1 ตัว
  2. เครื่องในเป็ด 500 กรัม
  3. ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด
  4. หอมแดง 1-2 ถ้วย
  5. ต้นหอมผักชี
  6. ผักชีฝรั่ง
  7. เกลือ
  8. น้ำปลา
  9. มะนาว
  10. กระเทียม 2 หัว
  11. พริกป่น
  12. ข้าวคั่ว
  13. น้ำปลาร้า
  14. เครื่องเคียงผักสดตามชอบ
ก้อยเป็ดย่าง

ขั้นตอนและวิธีทำ

  1. นำเป็ด และ เครื่องในเป็ด มาล้างให้สะอาด (ล้างน้ำเกลือ 1 รอบ ตามด้วยน้ำสะอาดเพื่อดับกลิ่นคาวเป็ดเบื้องต้น) ชำแหละเอาเนื้อออกจากกระดูก พักไว้
  2. ตั้งหม้อต้มน้ำ ใส่ข่าซอย ตะไคร้ ใบมะกรูดฉีก รากผักชีทุบ และเกลือ 2-3 ช้อนโต๊ะ ต้มให้เดือดจนหอมกลิ่นของสมุนไพร นำเครื่องในเป็ดและกระดูกเป็ดที่ได้ ใส่ลงไปในน้ำเดือด ต้มต่อไปจนสุก (ระหว่างต้มหากเกิดฟองอากาศสีดำ ๆ ให้ตักออก) เสร็จแล้วตักออกมาพักไว้ให้เย็น ส่วนน้ำซุปสามารถปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำปลาร้าต้มสุก ไว้ซดคู่กับก้อยเป็ดได้
  3. นำเนื้อเป็ดไปย่างไฟหรือย่างบกระทะให้สุกนอกนุ่มใน (ขั้นตอนนี้ให้ใช้ช้อนส้อมจิ้ม ๆ เพื่อเทสว่าเป็ดสุกกำลังได้ทีหรือยัง หมั่นพลิกกลับเป็นย่างบ่อย ๆ และระวังอย่าย่างจนเกรียบกรอบมาจนเกินไป เนื้อเป็ดจะแข็งพอนำมาทำก้อยจะไม่อร่อยได้) เสร็จแล้วยกออกมาพักให้เย็นลง
  4. เตรียมชามผสม หั่นเนื้อเป็ดย่างเป็นชิ้นบาง ๆ พอดีคำใส่ลงไป ตามด้วยเครื่องในเป็ดหั่นบาง สับข่าแก่ให้ละเอียดใส่ตามลงไปเพื่อดับกลิ่นสาปเป็ด ตามด้วยข้าวคั่ว เกลือ ผงนัว น้ำปลาร้าต้มสุก น้ำมะนาว พริกป่น ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
  5. ซอยต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง ตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกรอบ ใครมักเผ็ดก็เพิ่มพริกซอยลงไปเพิ่มได้เลย
  6. ตักเสิร์ฟ คู่กับเครื่องเคียงผักสดและน้ำซุปร้อน ๆ ซดคล่องคอ อร่อยแซ่บเลยทีเดียว
ก้อยเป็ดย่าง

ไม่ยากเลยเห็นไหม ไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ ก้อยเป็ดย่างอาหารลาวรสอร่อยมาทานสมใจอยากแล้ว แถมยังจัดเต็มเครื่องสมุนไพรแน่น ๆ ได้ตามใจชอบอีกด้วย ใครอยากลองทำก็หาวัตถุดิบง่าย ๆ ตามซุปเปอร์มาเก็ตนะ ไม่ต้องซื้อเป็นตัวมาชำแหละเองก็ได้ ตอนนี้เขามีแบบเป็นชิ้น ๆ แล้ว ง่ายเลยทีเดียว 

เคล็ดเพิ่มความอร่อย 

ก้อยเป็ดย่าง

การทำก้อยเป็ดย่างให้อร่อยแซ่บซี้ด นอกจากเครื่องสมุนไพรหนัก ๆ เพื่อดับกลิ่นสาปของเป็ดแล้วนั้น เพื่อน ๆ อาจประยุกต์เครื่องก้อยพวกหนังเป็ดทอด หอมแดงเจียว หรือเครื่องในทอดกรอบลงไปด้วยก็ได้ อันนี้แล้วแต่ชอบไม่ตายตัว แต่บอกเลยว่าทำออกมาแล้วอร่อยไม่ต่างจากร้านอาหารลาวชื่อดังแน่นอน เอาเป็นว่าชอบอย่างไหนเพิ่มเติมกันไปเลย สนุกและได้ของอร่อยด้วย คุ้มค่ากับการลงครัวแน่นอน

สรุป 

ก้อยเป็ดย่างเป็นเมนูอาหารลาวรสแซ่บที่ทำได้ไม่ยาก เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็ได้อาหารอร่อยมาทานคู่กับเครื่องเคียงผักสด ๆ น้ำซุปร้อน ๆ ซดคล่องคอแล้ว ใครที่อยากโชว์ฝีมือหรือขี้เกียจไปหาซื้อตามร้าน แนะนำเอาสูตรนี้ไปลองทำกันนะ รับรองอร่อยซี้ดสะใจแน่นอน

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://midwestrailplan.org/ เว็บคาสิโนออนไลน์

Categories
สูตรอาหาร

ก้อยปลานิลสด อาหารลาวอร่อยแซ่บซี้ด เมนูสุดฟินของคนมักแซ่บ

ก้อยปลานิลสด เป็นอีกหนึ่งสูตรอาหารลาวสจัดจ้านที่ใครได้ชิมก็ฟินกับรสชาติเปรี้ยว เผ็ด เค็มนิด ๆ ของเขาแน่ ๆ โดยเฉพาะสายดริ้งเมนูอาหารนี้จัดว่าเข้ากันดี้ดีกับเครื่องดื่มเย็น ๆ เลยทีเดียว แต่จะทำให้อร่อยก็ต้องมีสูตรเด็ดเคล็ดลับกันสักหน่อยเพื่อไม่ให้ปลามีกลิ่นคาวกวนใจและลดความอร่อยลงได้ ดั้งนั้นบทนี้เรามีสูตรเด็ด ๆ สำหรับทำก้อยปลามาฝาก รับรองว่าไม่คาว ไม่เหม็น แถมเครื่องสมุนไพรเน้นๆ อร่อยแซ่บแน่นอน

ก้อยปลานิลสด อาหารลาวเมนูเด็ดสูตรส่งตรงจากครัวลาว

ก้อยปลานิลสด

การปรุงอาหารลาวอย่างก้อยปลานิลสดให้อร่อยแซ่บเครื่องก้อยต้องสด เนื้อปลาต้องแน่น ไม่เหม็นคาว ที่สำคัญเครื่องปรุงรสอย่างพริกคั่ว ข้าวคั่ว จะต้องสดใหม่เพราะจะส่งกลิ่นหอมมากกว่าพริกและข้าวคั่วเก่า ใครที่ชอบเนื้อปลาสด ๆ ก็แช่น้ำอุ่น ส่วนใครที่ชอบเนื้อปลาสุกหน่อยก็ราดน้ำร้อนแช่เนื้อปลาไปเลย หรือจะลองปรุงทั้งสองอย่างเลยก็ได้ตามชอบ ว่าแล้วก็ลงครัวไปปรุงกับแกล้มเย็นนี้กันเลยจ้า

วัตถุดิบและส่วนผสม ก้อยปลานิลสด

ก้อยปลานิลสด
  1. ปลานิลสด 1 ตัว
  2. พริกคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ
  3. พริกจินดาสด 5 เม็ด 
  4. ข้าวคั่ว
  5. มะนาว
  6. ต้นหอมผักชี
  7. หอมแดง
  8. เกลือ เล็กน้อย
  9. ผงปรุงรส
  10. น้ำปลา
  11. น้ำปลาร้า
  12. มะเขือเปราะ
  13. ถั่วฝักยาว
  14. มะแขว้ง
  15. ขิงซอยละเอียด

ขั้นตอนและวิธีทำ

ก้อยปลานิลสด
  1. นำปลานิลมาควักใส้ออก แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาชำแหละเนื้อปลาออกจากกระดูก หั่นเป็นชิ้น ๆ พอดีคำ (ขั้นตอนหั่นเป็นชิ้นเลือกหั่นชิ้นปลาไม่หนาหรือบางมากจนเกินไป หนาไปจะทำให้ชิ้นเนื้อปลาแตกไม่สวย บางเกินก็หยุยง่าย นั่นเอง) 
  2. จากนั้นนำชิ้นปลามาแช่น้ำมะนาวทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที พักไว้ เพื่อให้เนื้อปลาแน่นและน่ากินยิ่งขึ้น 
  3. ตั้งหม้อน้ำไฟปานกลาง ทุบตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ใส่ลงไปต้มให้เดือดไปเรื่อย ๆ จนหอมกลิ่นสมุนไพร
  4. ระหว่างรอน้ำซุปเดือด เตรียมเครื่องก้อยปลานิล โดยซอยถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะแขวง และขิงซอยละเอียดเตรียมไว้ 
  5. พอน้ำซุปเดือดได้ที่ ตักน้ำซุปราดลงบนชิ้นปลาแช่น้ำมะนาว (ไม่ต้องเทน้ำมะนาวทิ้งนะ ตักน้ำซุปร้อน ๆ ราดลงไปได้เลย ใครที่อยากได้เนื้อปลาสดหน่อยแบบลวก ๆ ก็ตักน้ำซุปวางทิ้งไว้ให้คลายร้อนสักหน่อยก่อนราดลงไปที่เนื้อปลาก็ได้ ตามชอบได้เลย) จากนั้นคลุกให้เข้ากันอย่างเบามือ ทิ้งไว้ให้อุ่นก่อนแล้วจึงใส่เครื่องก้อยปลานิลลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ข้าวคั่ว พริกคั่วป่น ผงปรุงรส เกลือ ชิมรสตามชอบ เสร็จแล้วตักใส่ถ้วยโรยต้นหอมผักชีซอย รอเสิร์ฟความอร่อยได้เลย   

    TIP : สำหรับขั้นตอนนี้ที่ต้องรอให้น้ำซุปอุ่นลง เพราะเครื่องก้อยปลาอย่างผักสดจะได้กรุบกรอบ ได้รสอร่อยหวานของผักนั่นเอง
  6. น้ำซุปสมุนไพรที่ตั้งไว้ไม่ต้องทิ้ง ให้หั่นกระดูกปลา และหัวปลาลงไปต้ม ปรุงรสเพิ่มด้วยมะนาว เกลือ ผงปรุงรส ชิมรสตามชอบไว้ซดร้อน ๆ คู่กับก้อยปลาเพิ่มรสอร่อยได้มาก

เรียบร้อยแล้วกับ ก้อยปลานิลสด สูตรอาหารลาวรสแซ่บที่บอกเลยว่าจัดเสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ตามชอบนี่ฟินสุด ๆ สำหรับใครที่กำลังมองหากับแกล้มอยู่เมนูนี้อย่าพลาดเลยเดียว ทำง่ายแต่ฟินเฟ่อร์ได้ดีเลยทีเดียว 

ประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพ

ก้อยปลานิลสด

แน่นอนว่า ก้อยปลานิลสด อาหารลาวเมนูเด็ดดวงนี้มาพร้อมกับคุณค่าทางอาหารมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนที่ดีจากเนื้อปลา วิตามินจากผักสด ๆ ที่เป็นเครื่องก้อยปลา หรือแม้กระทั่งสรรพคุณทางยาจากสมุนไพรต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกายและช่วยให้ร่างกายเจริญอาหารได้ดี จัดเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารอร่อยที่ให้ประโยชน์ดีต่อสุขภาพมาก ๆ อีกด้วย

สรุป 

ก้อยปลานิลสด

บอกเลยว่าใครที่กำลังมอง ๆ หากับแกล้มเครื่องดื่มเย็น ๆ ห้ามพลาดเลยทีเดียวกับก้อยปลานิล สูตรอาหารลาวรสแซ่บเมนูนี้ ที่ทั้งแซ่บซี้ด เผ็ดเปรี้ยวกำลังดี ทำง่าย แถมอร่อยถูกปากไม่แพ้ร้านอาหารดัง ๆ ด้วย ว่าแล้วอย่าลืมเอาไปทำกินกันน่ะ

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://midwestrailplan.org/ แหล่งรวมพนันออนไลน์ทั้งหมด

Categories
สูตรอาหาร

ซุปดอกผักติ้ว อาหารลาวแซบ ๆ เปรี้ยว ๆ นัว ๆ รสชาติได้ใจ 

ซุปผัก จัดเป็น อาหารลาว อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนลาว และจัดเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารหน้าตาแปลกแตกต่างไปจากซุปทั่ว ๆ ไปที่เราคุ้นเคย ซึ่งใครที่เดินทางไปท่องเที่ยวเมืองลาวน่าจะเคยได้ลิ้มลองรสชาตินัว ๆ ของอาหารรสเด็ดที่มีหน้าตาคล้ายกับยำผักของไทยนี้บ้างแล้ว แต่ถ้าใครที่ยังไม่เคยได้ลองทานและอยากลองทาน เรามีสูตรอร่อย ๆ อย่าง ซุปดอกผักติ้ว มาฝาก รับรองรสนัว ๆ เปรี้ยว ๆ ของเมนูอาหารที่หน้าตาคล้ายกับยำชนิดนี้ ให้รสอร่อยเด็ดดวงแน่นอน แถมยังมาพร้อมกับคุณค่าทางอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอีกด้วย 

ซุปดอกผักติ้ว สูตร อาหารลาว แซบ ๆ นัว ๆ ของคนฝั่งลาวที่คนไทยก็นิยม

อาหารลาว

ก่อนที่เราจะไปสู่วิธีทำอาหารลาวสูตรอร่อย ๆ อย่าง ซุปดอกผักติ้ว นั้น เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับ ณ กันก่อนดีกว่า โดยผักชนิดนี้จัดเป็นผักป่าพื้นบ้านที่นิยมเก็บยอดอ่อนและดอกมาประกอบอาหาร โดยคนไทยเรามันนิยมนำมาเป็นส่วนผสมในแกงและต้มยำต่าง ๆ เช่น แกงหน่อไม้ ต้มยำปลา รวมไปถึงใช้เป็นเครื่องเคียงกับแกล้มน้ำพริกได้อร่อยอีกด้วย และเมนูรสเด็ดที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ วัตถุดิบที่สำคัญก็คือ ดอกและยอดอ่อนผักติ้ว นี่เอง ว่าแล้วเราไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย

วัตถุดิบและส่วนผสม 

  1. ยอดอ่อนผักติ้ว และ ดอกผักติ้ว
  2. พริกป่น 
  3. ข้าวคั่ว
  4. กระเทียมย่างไฟ
  5. หอมแดงย่างไฟ
  6. ต้นหอม
  7. น้ำปลาร้า
  8. เนื้อปลาทู
  9. งาขาว งาดำ
  10. ใบสะระแหน่
อาหารลาว

วิธีทำ ซุปดอกผักติ้วแบบลาว

  1. นำยอดผักติ้วและดอกผักติ้วมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วนไปลวกในน้ำเดือด(ให้พอสุก) จากนั้นยกออกจากเตา 
  2. ต้มน้ำปลาร้า ใส่ปลาทู เติมน้ำเล็กน้อย ต้มต่อให้สุกแล้วยกออกพักไว้ 
  3. โขลกกระเทียมย่างไฟ และหอมแดงย่างไฟ ให้ละเอียดพอประมาณ เสร็จแล้ว ใส่ยอดผักติ้วและดอกผักติ้วลงไปโขลกรวมกันพอหยาบ 
  4. ใส่พริกป่น ข้าวคั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ใส่เนื้อปลาทู ตำคลุกให้เข้ากัน ชิมรสและปรุงรสเพิ่มตามชอบ
  5. ตักใส่จาน โรยด้วยต้นหอม ใบสาระแหน่ งาขาวและงาดำ เป็นอันเรียบร้อย

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ซุปดอกผักติ้ว อาหารลาวรสเด็ดที่หน้าตาเหมือนยำผักพร้อมเสริมคู่กับเครื่องเคียงผักสดและข้าวเหนียวร้อน ๆ แล้ว ซึ่งบอกเลยว่ารสชาติเปรี้ยว ๆ นัว ๆ ที่ได้จากซุปผักนี้ให้รสอร่อยติดลิ้นดีมาก ๆ เลยทีเดียว รับรองได้ว่าทำแล้วครั้งหนึ่งจะติดใจหามาทำอีกในครั้งต่อ ๆ ไปอีกแน่นอน 

เคล็ดความอร่อย 

อาหารลาว

สำหรับเคล็ดลับความอร่อยของเมนูแซบ ๆ อย่าง ซุปผัก เราแนะนำว่าลองเพิ่มถั่วลิสงคั่วลงไปคลุกกับซุปในขั้นตอนสุดท้ายดูนะ รับรองว่าความมันอร่อยของถั่วลิสงคั่วเพิ่มรสชาติของซุปได้ดีเลยทีเดียว สำหรับเครื่องเคียงผักสดเราแนะนำให้กินคู่กับมะเขือเปราะ แตงกวาสด ถั่วฝักยาว เป็นต้น

คุณค่าทางอาหารและคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย

อาหารลาว

รู้ไหมว่า ผักติ้ว จัดเป็นผักพื้นบ้านที่ให้คุณค่าทางอาหารสูงมาก ๆ อีกชนิดหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งสรรพคุณเด่นของผักติ้วก็คือ ช่วยต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้เป็นอย่างดี แถมยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงเลือด บำรุงตา ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน และแก้ปวดเมื่อยได้ดีอีกด้วย และสำหรับเมนูอาหารลาวอย่างซุปดอกผักติ้วนี้ นอกเราจะได้คุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจากวัตถุดิบสำคัญนี้แล้ว เครื่องปรุงสมุนไพรพื้นถิ่นที่นำมาคลุกเคล้าเพิ่มรสความอร่อยในซุปยังดีต่อสุขภาพมาก ๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์จากพริก กระเทียม หอมแดง หรือแม้แต่น้ำปลาร้าสุก และอาจจะพูดอีกอย่างหนึ่งได้เลยว่านี่คือเมนูอาหารสุขภาพอีกเมนูหนึ่งได้เลยทีเดียว

สรุป 

อาหารลาว

ซุปดอกผักติ้ว จัดเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารลาวที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจ และถ้าใครอยากลองทานก็ทำได้ง่าย ๆ จากครัวที่บ้านได้เลยตามสูตรอาหารข้างต้น แต่ถ้าใครอยากลองชิมฝีมือต้นฉบับจริง ๆ หากได้เดินทางท่องเที่ยวเมืองลาวก็อย่าลืมสั่งมาลองชิมกันนะ

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://paperindustrymag.com เว็บพนันออนไลน์ที่กำลังเป็นกระแส

Categories
สูตรอาหาร

Gudeg Yogya เมนูอาหารของชาวอินโดสุดเข้มข้น

Gudeg Yogya เป็นเมนูอาหารที่หน้าตามันออกจะคุ้นเคยสักเท่าไหร่ เพราะเป็นเมนูที่จะจัดว่าอยู่ในหมวดหมู่ของแกงก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้มีน้ำแกงมากมายอะไร หรือจะเป็นเมนูประเภทผัดก็เชิง ออกจะดูงงๆ สักหน่อย แต่รับรองได้เลยว่ารสชาติ แปลกใหม่แบบไม่งงอย่างแน่นอน

Gudeg Yogya

เมนูGudeg Yogyaหรือคนทั่วไปรู้จักกันในชื่อของ สตูว์ขนุนยอกยาการ์ตา เป็นหนึ่งในเมนูอาหารอินโดนีเซียแบบดั้งเดิมจากเมืองยอกยาการ์ตาที่ถูกแนะนำให้รับประทานเมื่อมาเที่ยวที่อินโดนีเซียเลยก็ว่าได้ เพราะมันมีเอกลักษณ์แปลกใหม่มากๆ ไม่เหมือนอาหารเมนูอื่นๆ เพราะน่าสนใจตรงที่มีการนำเอาขนุนซึ่งเป็นผลไม้มาทำเป็นอาหารคาวนั่นเอง อีกทั้งวัตถุดิบต่างๆ ก็นุ่มจนแทบจะละลายในปากได้อีกด้วย

สูตรและขั้นตอนการทำ Gudeg Yogya

แน่นอนว่าเมนูGudeg Yogyaมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ใช้เนื้อขนุน แต่อยากจะย้ำว่าต้องเป็นเนื้อขนุนอ่อนเท่านั้นนะคะ แล้วนำมาเคี้ยวในหม้อช้าๆ จนกระทั่งน้ำเครื่องแกงซึมเข้าไปในเนื้อขนุน และเนื้อสัตว์ จึงได้เนื้อขนุน และเนื้อสัตว์ที่เข้มข้นด้วยเครื่องแกงทั้งชิ้น ไม่ว่าจะกัดไปตรงไหนก็นุ่มชุ่มฉ่ำด้วยเครื่องแกงสตูว์ขนุนยอกยาการ์ตา หอมๆ และรสชาติที่เข้มข้นมากๆ อีกด้วย แต่เมนูนี้เป็นเมนูอาหารอินโดนีเซียต้นตำหรับที่หารับประทานได้ค่อนข้างยาก เพราะวัตถุดิบในการทำGudeg Yogyaนี้จะเป็นวัตถุดิบที่หาได้ค่อนข้างยาก

Gudeg Yogya

ดังนั้นถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวก็ควรลองรับประทานกันดูนะคะ แต่ถ้าใครยังไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยววันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการทำเมนูนี้มาฝากกัน เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับต้นฉบับมากๆ เลย ถึงแม้ว่าวัตถุดิบอาจจะไม่ตรงตามต้นตำรับแท้ๆ ก็ตาม ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้วเรามาเตรียมวัตถุดิบ และลงมือทำไปด้วยกันเลยค่ะ 

วัตถุดิบในการปรุงอาหาร

  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบกระวาน 4 ใบ 
  • น่องไก่ติดกระดูก 4 ชิ้น
  • ขนุนอ่อนกระป๋อง 750 กรัม (ถ้าใครหาขนุนอ่อนแบบสดๆ ได้จะดีมาก)
  • ถั่วแดง (แช่น้ำไว้ 4 ชั่วโมง) ½ ถ้วย
  • กะทิ 6 ถ้วย
  • ชาดำ 1 ถุง
  • น้ำตาลปี๊บ 50 กรัม (ถ้าไม่มีสามารถใช้น้ำตาลทรายแดงแทนได้)
  • เกลือป่น ½ ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ต้ม 4 ฟอง
Gudeg Yogya

 วัตถุดิบในการทำเครื่องแกง Gudeg Yogya

  • กระเทียม 4 กลีบ 
  • เมล็ดผักชี 1 ช้อนชา
  • ถั่วแคนเดิลนัต 8 ชนิด 10 เม็ด (ถ้าไม่มีสามารถใช้ถั่วอัลมอนหรือแมคคาเดเมียแทนได้)
  • หอมแดง 3 หัว
  • ขิง 1 นิ้ว
  • ข่า 2 นิ้ว

ขั้นตอนการทำเครื่องแกง

  • ปอกเปลือกกระเทียม และสับให้ละเอียด
  • จากนั้นใส่ลงในเครื่องปั่นพร้อมกับวัตถุดิบในการทำเครื่องแกงอื่นๆ เติมน้ำเล็กน้อยเพื่อให้ปั่นง่ายขึ้น
  • ปั่นจนละเอียดให้เป็นเนื้อเดียวกัน และตั้งพักไว้เพื่อนำไปประกอบเป็นเมนูนี้
  • สับถั่วแคนเดิลให้ละเอียด และพักไว้
Gudeg Yogya

ขั้นตอนประกอบอาหาร

  • เทน้ำมันสำหรับทำอาหารใส่ในหม้อขนาดใหญ่ และนำขึ้นตั้งไฟ
  • ใส่เครื่อง และใบกระวานลงไป หลังจากนั้นผัดจนหอมประมาณ 5 นาที 
  • เมื่อเครื่องแกงหอมดีแล้วให้ใส่ไก่ ขนุน ถั่วแดง คนให้เข้ากันดี 
  • ใส่กะทิ ถุงชา ตามลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ และน้ำตาลทรายแดง 
  • ปรุงจนได้ที่แล้วก็เคี่ยวต่อไปโดยลดความร้อน และปิดฝาให้สุกเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
  • ในขณะที่เคี่ยวนั้นต้องหมั่นคนเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้ด้านล่างไหม้ อีกทั้งยังช่วยให้เครื่องปรุงผสมเข้ากันดีอีกด้วย
  • หลังจากเคี่ยวมาสักพักก็ให้ใส่ไข่ต้มลงไป และเคี่ยวให้สุกอีกครั้ง โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง หรือจนกว่าขนุนจะนิ่ม จนถึงจุดที่คุณสามารถหั่นมันด้วยส้อมได้ง่ายๆ อีกทั้งถั่วก็ควรจะนิ่ม และเนื้อไก่ก็เปื่อยจนเกือบจะหลุดออกจากกระดูกได้ ไข่ไก่ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลอย่างสวยงามอีกด้วย
  • นอกจากนี้น้ำแกงก็ควรจะข้นและ มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
Gudeg Yogya

เมนูGudeg Yogyaเป็นเมนูที่พิถีพิถีนในการทำเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงแปลกใจเลยว่าทำเมนูนี้ถึงเป็นหนึ่งในเมนูอาหารอินโดนีเซีย ที่หลายคนเคยรับประทานแล้ว ต่างก็แนะนำว่ามันอร่อย ควรค่าแก่การรอคอยยิ่งนัก แต่ถ้าใครอยากจะรับประทานให้อร่อยมากกว่านี้หละก็เราอยากจะแนะนำว่าให้รับประทานGudeg Yogyaคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และมีเครื่องเคียงเป็นเทมเป้ทอด หรือเต้าหู้ทอด ก็ช่วยเพิ่มรสชาติ และรสสัมผัสที่กรุบกรอบได้มากขึ้นอีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://midwestrailplan.org/ ศูนย์รวมคาสิโนออนไลน์และพนันออนไลน์ทั้งหมด

Categories
สูตรอาหาร อาหารสุขภาพ

Gado Gado สลัดผักอินโดนีเซียที่อร่อยและมีประโยชน์

ช่วงนี้เทรนการดูแลสุขภาพกำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพและ ลดน้ำหนักก็เป็นที่นิยมมากๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือในส่วนของอาหารการกิน ที่จะเน้นการรับประทานผัก ผลไม้ และโปรตีนอื่นที่นอกเหนือจากเนื้อสัตว์ ซึ่งวันนี้เรามีเมนูหนึ่งที่น่าสนใจมาฝากกัน นั่นคือเมนูสลัดผัก Gado Gado เรียกได้ว่าเป็นสลัดผักแนวใหม่ ที่รสชาติอร่อย อีกทั้งยังได้สุขภาพดีอีกด้วย รับรองเลยว่ารับประทานไปแล้วไม่รู้สึกผิดอย่างแน่นอน 

Gado Gado

กาโด กาโด หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อของสลัดผักอินโดนีเซีย นั่นเอง ซึ่งเป็นเมนูสลัดผักง่ายๆ สามารถใช้ผักอะไรก็ได้ที่เราชอบมาใส่ลงไปในเมนูนี้ แล้วราดด้วยน้ำสลัดถั่วสไตล์อินโดนีเซีย ที่มีรสชาติ หวาน มัน เค็ม และเผ็ดเล็กน้อย เพื่อตัดเลี่ยนได้อีกด้วย เรียกได้ว่าครบรสจริงๆ นอกจากนี้ยังมีเทปเป้ ที่เป็นเป็นโปรตีนจากถั่วหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมนูนี้อยู่ด้วย ซึ่งจะช่วยให้เมนูนี้อร่อย และน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมอีก เชื่อได้เลยว่าหลายคนถ้าได้ลองรับประทาน Gado Gado แล้วจะติดใจอย่างแน่นอน จนอาจจะลืมไปเลยว่าจริงๆ แล้วอาหารที่อยู่ในจานนี้เป็นอาหารสุขภาพ

สูตรและขั้นตอนการทำ Gado Gado

Gado Gado

เมนูอาหารอินโดนีเซีย จานนี้หลายคนคนที่เคยไปเที่ยวที่อินโดนีเซียก็คงจะเคยรับประทานกันบ้างแล้ว เพราะมันก็เป็นหนึ่งในเมนูที่ขึ้นชื่อประเทศนี้ แต่ถ้าใครที่ไม่เคยไปเที่ยว หรือไปกินเมนูนี้ถึงที่ก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะคะ เพราะวันนี้เรามีสูตรเด็ดเคล็ดลับดีๆ ในการทำเมนู สลัดผักอินโด มาฝากเพื่อนๆ กัน รับรองได้เลยว่าใกล้เคียงกับต้นฉบับอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครที่เคยรับประทานแล้ว และคิดถึงเมนูนี้ ก็สามารถมารถทำรับประทานให้หายคิดถึงกันได้เลยค่ะ 

วัตถุดิบในการทำน้ำสลัดถั่ว

  • ถั่วลิสงบดละเอียด 150 กรัม
  • พริกชี้ฟ้าแดงแห้งใหญ่ 5 เม็ด
  • พริกขี้หนูแดงแห้งเล็ก 12 เม็ด
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • ข่า 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวมะกรูด 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ ½ ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • Kecap Manis 3 ช้อนชา
  • มะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1 ½ ช้อนชา
  • กะทิ ½ ถ้วย
  • น้ำเปล่า ½ ถ้วย

ผักและเครื่องเคียงต่างๆ

  • มันฝรั่ง
  • เทมเป้ ถ้าหาไม่ได้สามารถใช้เต้าหู้แทนได้
  • ไข่ต้ม
  • ผักกากหอม
  • ผักกาดขาว
  • ถั่วงอก
  • แตงกวา
  • ผักโขม
  • หรือผักอื่นๆ ตามที่ชอบ

ขั้นตอนการทำน้ำสลัดถั่ว

Gado Gado
  • นำพริกชี้ฟ้าแดง และพริกขี้หนูแดงแห้งเล็ก นำเมล็ดออกและ แช่น้ำให้นิ่มดี หลังจากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • นำถั่วลิสงมาบดให้ละเอียด 

**แต่ถ้าใครกลัวเสียเวลาใช้เป็นเนยถัวแทนได้เช่นกัน**

  • นำพริกที่เตรียมไว้มาใส่รวมกับกระเทียมสับ หอมแดง ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด กะปิ เกลือ นำมาตำให้ละเอียด หรือจะนำมาปั่นก็ได้ 

** แต่ถ้าใครไม่อยากทำขั้นตอนนี้เองเรามีทางลัดมาฝาก นั่นคือการใช้เครื่องพริกแกงเผ็ดของไทยผสมกับเนยถั่วก็ได้รสชาติที่เหมือนกัน อีกทั้งยังประหยัดเวลาอีกด้วย**

  • นำกะทิใส่หม้อ และขึ้นตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง ต้องคอยคนไม่ให้กะทิไหม้ หรือจับตัวกันเป็นก้อน
  • รอจนกระทั่งกะทิเริ่มเดือดเล็กน้อยแล้ว ให้ใส่เครื่องแกงที่เราปั่นเตรียมไว้ และถั่วลิสงป่นลงไปผัดจนหอม
  • หลังจากนั้นใส่น้ำ ปรุงรสด้วย Kecap Manis มะนาว เกลือ และน้ำตาล เมื่อชิมรสชาติให้ถูกปากเราเรียบร้อยแล้วก็ตังพักไว้ให้เย็นเพื่อ เตรียมเสิร์ฟ

ขั้นตอนการเตรียมเครื่องเคียง และ จัดเสิร์ฟ Gado Gado

  • นำผักที่เตรียมไว้มาล้างให้สะอาด และตั้งสะเด็ดน้ำให้แห้ง
  • นำไข่มาต้มให้สุกในระดับที่ชอบ เมื่อไข่สุกแล้วปลอกเปลือก ผ่าครึ่งกลางเพื่อความสวยงาม
  • นำเทมเป้มาหั่นเป็นชิ้นตามที่เราชอบ อาจะหั่นเป็นสี่เหลี่ยม หรือ สามเหลี่ยมขนาดพอดีคำ หลังจากนั้นนำมาทอดให้เหลืองกรอบ 
  • เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ให้จัดผักใส่จานตามด้วย เทมเป้ และไข่ต้มด้านบน สุดท้ายราดด้วยน้ำสลัดถั่วสไตล์อินโดนีเซีย เท่านี้ก็เป็นอันเรียนร้อยพร้อมรับประทานได้
Gado Gado

นอกเหนือจากผักในเมนูที่แนะนำแล้วนั้น อาหารอินโดนีเซียจานนี้ เราสามารถเลือกใส่ผักอะไรก็ได้ที่เราชอบลงไปในจาน หรือบางคนอยากจะใส่เนื้อสัตว์ลงไปก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่แนะนำว่าควรเป็นเนื้อสัตว์ที่ผ่านการย่างจะอร่อยที่สุด แถมยังไม่เสียรสชาติในการเป็นสลัดผักอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่าง เนื้อย่าง แกะย่าง เป็นต้น หลังจากนั้นก็ปิดท้ายด้วยการราดราดด้วยน้ำสลัดสไตล์อินโดนีเซีย เพียงเท่านี้เราก็จะได้รับประทาน เมนูสุขภาพ ที่อร่อยและเหมือนกับต้นต้นฉบับอีกด้วย และนอกเหนือจากความอร่อยก็คงเป็นในส่วนของการได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั่นเอง

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://sa-game.bet/เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเย เว็บไซต์ที่รวบรวมพนันทั้งหลายมาไว้ที่เดียว เช่น คาสิโน สล็อต รูเล็ต และอื่นๆอีกมากมาย มั่นใจได้จากการการันตีของเหล่านักพนัน

Categories
สูตรอาหาร

แจ่วปลาร้าพริกสด อาหารลาวแซบ ๆ จิ้มกับอะไรก็อร่อยได้

แจ่วปลาร้าพริกสด

แจ่วปลาร้าพริกสด จัดเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารลาวที่พบบ่อยครั้งและเกือบจะจัดอยู่ในทุกมื้ออาหารเลยทีเดียว และด้วยวัฒนธรรมอาหารที่ใกล้เคียงกันของคนไทย คนลาว ทำให้น้ำพริกกลายเป็นเมนูยอดนิยมที่เกือบจะขาดไม่ได้ในแต่ละมื้ออาหารมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสังเกตได้ว่ารสชาติความเผ็ดของพริก ความหอมของเครื่องปรุง ยังช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้ดีอีกด้วย นั่นมาจากสรรพคุณของพริก สมุนไพรพื้นบ้านนั่นเอง และแน่นอนว่าการจัดเสริฟน้ำพริกคู่กับข้าวร้อน ๆ และเครื่องเคียงอย่างผักสดและผักลวกนั้นดูลงตัวและชวนน้ำลายไหลได้เลยทีเดียว 

แจกสูตร แจ่วปลาร้าพริกสด อาหารลาวสุดแซบ

แจ่วปลาร้าพริกสด

สำหรับเมนูอาหารลาววันนี้ แน่นอนว่าเราพามาพบกับสูตรน้ำพริกรสเด็ด ที่จะเพิ่มความอร่อยให้กับมื้ออาหารของเพื่อนได้ดีเอามาก ๆ กับเมนูแจ่วปลาร้าพริกสด ที่รสชาติความนัวของปลาร้าหอม ๆ ผสมกับความเผ็ดร้อนของพริกสด ๆ รับรองว่าทานคู่กับข้าวก็อร่อย จิ้มกับเครื่องเคียงอย่างผักก็แซบ หรือจะใช้จิ้มกับปลาทอด เนื้อทอด ก็ไม่ผิดหวังแน่นอน ว่าแล้วเราไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย

วัตถุดิบและส่วนผสม สำหรับแจ่วปลาร้าพริกสด 1 ถ้วย

  1. หอมแดงปอกเปลือก 7-10 หัว
  2. กระเทียม 2 หัว
  3. พริกแดงจินดา 15-20 เม็ด
  4. พริกจินดาเขียว 5-10 เม็ด
  5. พริกชี้ฟ้าเขียว 5-10 เม็ด
  6. โคนตะไคร้ซอย 2 ต้น
  7. น้ำปลาร้าต้ม 3 ช้อนโต๊ะ
  8. ปลาร้าสับละเอียด 3 ข้อนโต๊ะ
  9. น้ำเปล่าต้มสุกนิดหน่อย
  10. น้ำปลาเล็กน้อย (หรือจะไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำแจ่วปลาร้าพริกสด

  1. นำส่วนผสมเครื่องน้ำพริก หอมแดง กระเทียม พริกแดงจินดา พริกจินดาเขียว พริกชี้ฟ้าเขียว ไปเผาไปพอหอม แล้วนำมาโขลกพอหยาบ ๆ
  2. จากนั้นใส่เนื้อปลาร้าสับและตะไคร้ซอยลงไป โขลกต่อเบา ๆ ให้เข้ากัน เติมน้ำปลาร้าลงไป คลุกให้เข้ากัน (ชิมรสตามชอบ) 
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย และเติมน้ำต้มสุกนิดหน่อย ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบอีกครั้ง 
  4. ตักลงถ้วย เสริฟพร้อมเครื่องเคียงตามชอบอย่างผักสด และข้าวเหนียวได้เลย

เพียงขั้นตอนง่าย ๆ ข้างต้นเราก็ได้เมนูชูรสมื้ออาหารอย่างแจ่วปลาร้าพริกสด มาจัดวางบนโต๊ะอาหารพร้อมกับเมนูอื่น ๆ แล้ว และรับรองว่ารสชาติที่ได้อร่อยไม่แพ้ร้านดัง ๆ แน่นอน ซึ่งการจะทานแจ่วปลาร้าพริดสดให้อร่อย นอกจากเครื่องเคียงอย่างผักสดและผักลวกแล้ว ใครที่ชองกินปลาทอด หมูทอด ลองจัดจิ้มน้ำพริกดูสิ รับรองว่าอร่อยจนท้องตึงไปเลยแน่นอน

ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร

แจ่วปลาร้าพริกสด

รู้ไหมว่า วัฒนธรรมอาหารของคนลาวและคนไทยที่มีมาอย่างยาวนานนั้นมีความคล้ายและใกล้เคียงกันมาก ทำให้อาหารลาวและอาหารไทย โดยเฉพาะทางเหนือของประเทศมีลักษณะที่เหมือนกันจะแตกต่างก็แค่รสชาติและส่วนผสมที่เพิ่มเติมเล็กน้อยเท่านั้น โดยส่วนประกอบหรือส่วนผสมของอาหารที่ดูจะคล้ายกันที่สุดคือการนำสมุนไพรมาปรุงรสอาหารที่นอกจากจะชูโรงรสอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้นได้แล้ว สมุนไพรพื้นบ้านเหล่านี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงและรักษาอาการอักเสบของร่างกายได้ดีอีกด้วย อาทิ 

พริก ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น 

หอมแดง ช่วยให้เจริญอาหาร ลดความร้อนในร่างกาย แก้หวัดคัดจมูกได้ดี

หอมขาว ช่วยขับปัสสาวะ ขับลมในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ 

ตะไคร้ ลดความดันโลหิตสูง ขับเหงื่อ แก้หวัด แก้เบื่ออาหาร และเป็นยาบำรุงธาตุไฟ เป็นต้น  

ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นเมนูอาหารอย่าง น้ำพริก หรือ แจ่วพริก จัดวางคู่อาหารชนิดอื่นในมื้ออาหารเสมอ และด้วยวิถีการถนอมอาหารเพื่อใช้ปรุงรสเค็มแบบชาวลาวที่มีมาช้านาน ปลาร้า จึงเป็นเครื่องชูรสอย่างดีสำหรับเมนูอาหารต่าง ๆ นั่นเอง 

สรุป

แจ่วปลาร้าพริกสดหรือ น้ำพริกปลาร้า เป็นอีกหนึ่งอาหารลาวรสเด็ดที่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการไม่กี่ขั้นตอน แต่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมาก ๆ จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นเมนูอาหารชนิดนี้จัดวางบนโต๊ะอาหารเกือบทุกมื้ออาหารของคนลาวและคนไทย แม้กระทั่งจัดจำหน่ายตามห้างร้านต่าง ๆ สำหรับใครที่ไม่อยากลงครัวเองก็สามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ นั่นเอง

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet