Categories
สูตรอาหาร

แจกสูตร หลน ปู เค็ม เมนูเครื่องจิ้มของไทย รสชาติอร่อยถูกใจ ทานเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อ 

หลน ปู

ปูเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมในเมนูหลน ซึ่งมีส่วนประกอบหลักอย่างกะทิ หัวหอม และหมูหรือกุ้งสับ หากเป็น หลน ปู จะมีทั้งปูสดและปูเค็มที่ผ่านการหมักดองมาแล้ว โดยปูแต่ละชนิดจะมีวิธีการจัดการ และวิธีปรุงแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม สำหรับใครที่กำลังมองหาเมนูเครื่องจิ้มพร้อมทานกับข้าวสวยร้อน ๆ รวมถึงผักเครื่องเคียงต่าง ๆ เมนูนี้ตอบโจทย์อย่างมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า เรามาทำความรู้จักและดูสูตรการทำกันได้เลย 

รู้จักเครื่องจิ้มไทยยอดนิยม หลน ปู สุดยอดอาหารรสเด็ด ทานกับเครื่องเคียงแล้วเข้ากัน

หลน ปู

หากกล่าวถึง อาหารไทยชาววัง ประเภทเครื่องจิ้ม เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยนึกถึงเมนูปูหลน หรือ หลนปู ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจิ้มไทยที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยหลนแต่ละสูตรนั้นจะไม่เหมือนกัน หากเป็น ปูหลนโบราณ จะนิยมใช้ปูเค็ม เพราะปูชนิดนี้ถูกหมักด้วยเกลือหรือน้ำปลาจนสามารถอยู่ได้นาน ดังนั้นคนโบราณจึงนิยมนำมาทำเมนูดังกล่าว จนกระทั่งในปัจจุบันเริ่มมีการดัดแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น เมนู หลนปู สามารถใช้ปูชนิดอื่น ๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน 

แบ่งปันสูตร หลน ปู เมนูเครื่องจิ้มรสชาติเข้มข้น พร้อมทานกับข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

หลน ปู

เชื่อว่าคนไทยหลายคนชอบทานเมนูหลนพร้อมกับข้าวสวยและผักชนิดต่าง ๆ เรียกว่าเป็นเมนู อาหารไทย ที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยก็ว่าได้ โดยในอดีตจะยกเมนูนี้ให้เป็นกับข้าวพื้นเมืองที่เน้นกะทิเป็นหลัก จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับน้ำพริก ทว่า หลนปูเค็ม สูตร โบราณ จะนิยมใช้ปูแสม ปูนาดำ และปูแป้น แต่ในปัจจุบันมีการใช้ปูที่หลากหลายมากขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งปูเค็ม ปูน้ำจืดและปูน้ำเค็มชนิดอื่น ๆ อย่างไรก็ตามหากคุณอยากทำ หลนปูเค็ม เตรียมจดสูตรกันได้เลย 

วัตถุดิบและส่วนผสม

หลน ปู
  1. ปูเค็ม 300 กรัม
  2. หมูสับ 150 กรัม
  3. กุ้งสับ 150 กรัม
  4. หัวกะทิ 1+1/2 ถ้วย
  5. พริกชี้ฟ้าซอย 5 เม็ด
  6. พริกขี้หนูซอย 3 เม็ด
  7. หอมแดงซอย 3/4 ถ้วย
  8. ตะไคร้บุบ 1 ต้น
  9. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
  10. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  11. น้ำมะดัน 1/4 ถ้วย
  12. ผัก/เครื่องเคียงตามชอบ 

วิธีการทำหลนปู

หลน ปู
  1. นำปูเค็มมาล้างน้ำเพื่อลดความเค็มลง พร้อมตัดเล็บและแกะจับปิ้งปูออกให้เรียบร้อย จากนั้นแยกส่วนกระดองออก
  2. นำปูเค็มที่ได้มาหั่นเป็นชิ้นตามต้องการ เสร็จแล้วพักไว้ เตรียมหม้อต้ม ใส่หมูสับและกุ้งสับลงไป ตามด้วยหัวกะทิ จากนั้นคนให้ส่วนผสมเข้ากันและต้มด้วยไฟอ่อน
  3. เมื่อหมูและกุ้งเริ่มสุกแล้ว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำมะดัน และน้ำตาลมะพร้าว คนให้เข้ากันสักเล็กน้อยและลองชิมรส ปรับรสชาติได้ตามความต้องการ
  4. เมื่อสังเกตเห็นว่าน้ำกะทิเดือดแล้ว ใส่ปูเค็มลงไปและคนให้เข้ากัน ต้มจนปูเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ใส่ตะไคร้บุบเพื่อเพิ่มความหอม เคี่ยวต่อไปอีกสักพักแล้วปิดแก๊สได้เลย
  5. ใส่หอมซอย พริกชี้ฟ้าและพริกขี้หนูซอยลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วตักใส่ถ้วยและจัดเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงตามความชอบ 

แชร์เทคนิคการปรุงรส หลน ปู ให้อร่อยเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มโดด

หลน ปู

การปรุงรสชาติเมนูนี้มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลน ปู เค็ม จำเป็นต้องกะปริมาณส่วนผสมอย่างเกลือและน้ำปลาให้ดี เนื่องจากปูเค็มมีรสเค็มอยู่ในตัวแล้ว หากนำมาทำเป็นหลน ปู ก็ควรลดปริมาณเกลือและน้ำปลาลง หรือจะไม่ใส่เลยก็ได้ และในส่วนของ หลนปูนา สามารถใส่เกลือและน้ำปลาตามต้องการ ทั้งนี้ควรชิมรสชาติทุกครั้งก่อนจะปรุงรสเพิ่ม นอกจากนี้หากใครอยากให้เมนูหลนปูมีรสชาติเข้มข้นกว่าเดิม แนะนำให้ใช้น้ำมะดันแทนน้ำมะขามเปียกในการเพิ่มรสเปรี้ยว 

สุดยอดเครื่องจิ้มไทย หลนปู อร่อยจนติดใจ ใคร ๆ ก็ชอบทาน

หลน ปู

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปูหลน เป็นหนึ่งในเครื่องจิ้มที่คนไทยนิยมทานกันมากที่สุด เพราะเป็นอาหารที่ทำง่าย แถมยังสามารถทานกับข้าวและผักเครื่องเคียงต่าง ๆ ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นเวลาทานข้าวจะขาดเครื่องจิ้มอย่างหลนปูไปไม่ได้เลย สำหรับ ปู หลนชาววัง จะมีความประณีตมากเป็นพิเศษ นิยมปรุงรสชาติให้มีความกลมกล่อม และในส่วนของผักหรือเครื่องเคียงต่าง ๆ ก็มีอยู่หลายชนิด ซึ่งถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม แสดงถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์ของ เมนูอาหารไทย ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารสุขภาพ

แจกสูตร ต้มยำปลานิล รสชาติเข้มข้น อร่อยน่าทาน จัดจ้านได้ใจ

ต้มยำปลานิล

วัตถุดิบอย่างปลานิลนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย เราจะเห็นได้ว่าเมนูอาหารหลายประเภทมักใช้ปลานิล เนื่องจากเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย หลายคนจึงเลี้ยงไว้เพื่อบริโภคและจำหน่าย นั่นทำให้ปลานิลมีอยู่จำนวนมากและหาซื้อได้ง่าย อีกอย่างเนื้อปลาชนิดนี้ยังมีรสชาติดีอีกด้วย จึงทำให้หลายคนนิยมนำปลานิลมาประกอบเป็นเมนูอาหาร หากพูดถึงเมนูปลานิลที่หลายคนรู้จักกัน โดยเฉพาะคนอีสาน คงหนีไม่พ้น ต้มยำปลานิล เรียกว่าเป็นเมนูที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาทำไม่นานนัก 

ต้มยำปลานิล เมนูอาหารพื้นบ้าน หน้าตาชวนทาน ผสมผสานวัตถุดิบได้อย่างลงตัว

ต้มยำปลานิล

ต้มปลานิลแบบบ้านๆ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากในภาคอีสาน แต่ละสูตรอาจมีความแตกต่างกันไป แต่ทว่าเมนูนี้จะเน้นปรุงรสให้มีความเข้มข้น จัดจ้าน มีทั้งรสเค็ม เผ็ด และเปรี้ยว หากเป็น ต้มปลานิลใส่มะขามเปียก จะให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น นับเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านที่มีขั้นตอนการทำไม่ยากนัก แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมนูปลา เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการจัดการกับกลิ่นคาวปลานั้นก็มีความสำคัญ หากทำผิดวิธีก็จะทำให้ ต้มยำ ปลานิล มีกลิ่นคาวได้เช่นกัน 

เผยสูตร ต้มยำปลานิล รสชาติเข้มข้น พร้อมเทคนิคจัดการปลานิลไม่ให้มีกลิ่นคาว

ต้มยำปลานิล

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยทานเมนูดังกล่าวมาบ้างแล้ว แต่บางคนอาจยังไม่เคยทานต้มยำที่ใช้ปลานิลเป็นวัตถุดิบหลักมาก่อน สำหรับใครที่สนใจอยากจะทำเมนูนี้ แต่ยังสงสัยว่า ต้มปลานิลใส่อะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบให้คุณ พร้อมแนะนำสูตรการทำต้มยำปลานิล แบบง่าย ๆ ด้วย รับรองว่าถ้าใครทำตามแล้วจะอร่อยแซ่บอย่างแน่นอน ใครชอบทาน ต้มยำปลาพริกแห้ง ต้องไม่พลาด เพราะเรามีสูตรการทำ พร้อมแชร์เทคนิคจัดการปลาไม่ให้มีกลิ่นคาวด้วย 

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. ปลานิล (ครึ่งกิโลกรัม) 1 ตัว
  2. ข่าหั่น 7 ชิ้น
  3. ตะไคร้ 2 ต้น
  4. ใบมะกรูด 5 ใบ
  5. หอมแดง 4 หัว
  6. มะเขือเทศ (หั่นชิ้น) 1 ลูก
  7. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  9. มะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ผงปรุงรส 1 ช้อนชา
  11. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  12. พริกสด 10 เม็ด
  13. พริกแห้ง 7 เม็ด
  14. ผักชีฝรั่ง 2 ต้น
  15. น้ำเปล่า 3 ถ้วย 

วิธีการทำต้มยำปลานิล

ต้มยำปลานิล
  1. ขั้นตอนแรกต้มน้ำให้เดือด ใส่มะขามเปียกลงไป ตามด้วยข่า ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด และมะเขือเทศ ต้มให้น้ำเดือดอีกครั้ง
  2. ใส่ปลานิลหั่นชิ้นลงไป จากนั้นต้มต่อไปเรื่อย ๆ จนปลาสุก หลังจากใส่ปลานิลลงไปแล้วไม่ต้องคน เมื่อน้ำเดือดแล้วจะมีฟองลอยขึ้นมา ให้ตักออกเรื่อย ๆ เพื่อให้น้ำแกงใส ดูน่ารับประทาน
  3. เมื่อปลานิลสุกดีแล้วให้เปลี่ยนไปใช้ไฟอ่อน จากนั้นใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ปิดเตาและปรุงรสเพิ่มด้วยผงปรุงรส น้ำปลา และน้ำมะนาว
  4. ใส่พริกขี้หนู พริกแห้ง และผักชีฝรั่งลงไป กดส่วนผสมให้เข้ากับน้ำแกง ถือเป็นอันเสร็จ 

เทคนิคการทำ ต้มยำปลานิล ให้อร่อยเข้มข้น ปราศจากกลิ่นคาว

ต้มยำปลานิล

จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการทำ ต้มปลานิล นั้นง่ายมาก ๆ ใช้เวลาทำไม่นานเลย แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำความสะอาดปลานิลไม่ให้มีกลิ่นคาวนั้นยังต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร เทคนิคทำ ต้มยำปลาง่ายๆ ไม่ให้มีกลิ่นคาว คือ ในขั้นตอนการล้างปลานิลให้ใช้น้ำมะขามเปียกหรือมะขามเปียกมาถูให้ทั่วตัวปลาเพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นขอดเกล็ดปลาให้เรียบร้อยและหั่นเป็นชิ้น ๆ นำไปล้างด้วยเกลือและน้ำสะอาด เมื่อนำไปทำ ต้มยำปลา นิล ก็จะช่วยให้อร่อยและไม่มีกลิ่นคาวแล้ว 

ชวนเข้าครัวทำต้มยำปลานิล เมนูบ้าน ๆ ทานกับข้าวแล้วยิ่งอร่อยเข้ากันได้ดี

ต้มยำปลานิล

หากใครที่ชอบทานเมนูต้มยำก็สามารถนำสูตร ต้มปลานิลบ้านๆ ที่เราแนะนำไปลองทำทานกันได้เลย โดยเมนูนี้จะประกอบด้วยเครื่องต้มยำที่มีกลิ่นหอม ช่วยชูรสได้เป็นอย่างดี ทำให้ต้มยำปลานิล อร่อยมากยิ่งขึ้น จากสูตรที่กล่าวถึงข้างต้นจะเป็น ต้มปลานิลใส่มะเขือเทศ หอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และผักชีฝรั่ง จะเห็นได้ว่าส่วนประกอบของเมนูนี้มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หากใครอยากลิ้มลองเมนู ต้มปลานิลแบบอีสาน รสชาติแซ่บจัดจ้าน สามารถนำไปดัดแปลงตามวัตถุดิบที่มีได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สูตรอาหาร

แจกสูตร สามชั้นคั่วพริกเกลือ รสเด็ดเผ็ดอร่อย มาพร้อมกลิ่นหอมของพริกกระเทียม 

สามชั้นคั่วพริกเกลือ

หมูสามชั้นถือเป็นวัตถุดิบที่คนไทยนิยมนำมาประกอบเป็นเมนูอาหารต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัด ทอด ต้ม นึ่ง หมูสามชั้นก็มักจะถูกนำไปใช้อยู่เสมอ สำหรับวันนี้เราอยากจะกล่าวถึงเมนูกับแกล้มยอดนิยมที่ใช้หมูสามชั้นเป็นวัตถุดิบหลัก เชื่อเหลือเกินว่าถ้าพูดชื่อออกไปแล้วคนส่วนใหญ่ต้องรู้จักแน่ ๆ และเมนูที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้ก็คือ สามชั้นคั่วพริกเกลือ นั่นเอง ต้องบอกว่าในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งสามารถทานกับแกล้มหรือทานกับข้าวสวยก็ได้เช่นกัน 

แนะนำ สามชั้นคั่วพริกเกลือ เมนูกับแกล้ม ทำได้ไม่ยาก ถูกใจคนรักหมูสามชั้นโดยเฉพาะ

สามชั้นคั่วพริกเกลือ

สาม ชั้น คั่ว พริก เกลือ เป็นเมนูหนึ่งที่ทำได้ง่ายมาก ๆ เมื่อเทียบกับเมนูอาหารชนิดอื่นแล้ว ต้องบอกว่าเมนูนี้ใช้วัตถุดิบค่อนข้างน้อย แถมวัตถุดิบแต่ละอย่างยังหาง่ายอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่กำลังหาเมนู อาหารไทยทำเอง ง่าย ๆ เพื่อทำทานเองในเวลาว่าง เราขอแนะนำเมนูนี้เลย สำหรับมือใหม่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า คั่วพริกเกลือคืออะไร จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าเมนูนี้จะใช้วิธีการคั่วมากกว่าผัดโดยใช้น้ำมัน และจะมีการใส่พริกสดและปรุงรสด้วยเกลือ จึงถูกเรียกว่า สามชั้น คั่วพริกเกลือ อย่างที่ทุกคนเข้าใจ 

แชร์สูตร สามชั้นคั่วพริกเกลือ ทำเองง่าย ๆ วัตถุดิบน้อย แต่อร่อยได้ไม่ยาก

เมื่อทราบแล้วว่า หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ คืออะไร คราวนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะแนะนำสูตรการทำ อาหารไทยง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนที่สนใจอยากจะทำเมนูนี้สามารถนำสูตรการทำไปดัดแปลงตามสไตล์ของตัวเองได้ บอกเลยว่าเมนูนี้ใช้วัตถุดิบน้อยและมีวิธีทำที่ง่ายมาก ๆ ไม่ซับซ้อนอะไรเลย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สามชั้นคั่วพริกเกลือ ใช้เวลาทำไม่นานมาก สำหรับใครที่สงสัยว่าเมนู สามชั้นคั่วพริกเกลือใส่อะไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลย 

สามชั้นคั่วพริกเกลือ

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. หมูสามชั้น 600 กรัม
  2. กระเทียม 100 กรัม
  3. พริกจินดาแดง 25 กรัม
  4. พริกขี้หนู 10 กรัม
  5. ต้นหอม 20 กรัม
  6. น้ำตาลทราย 1+1/2 ช้อนชา
  7. เกลือ 1+1/2 ช้อนชา
  8. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา 

วิธีทำ สาม ชั้น คั่ว พริก เกลือ

สามชั้นคั่วพริกเกลือ
  1. ขั้นตอนแรกเตรียมวัตถุดิบให้พร้อม เริ่มจากนำต้นหอมและกระเทียมมาสับหยาบ ๆ จากนั้นนำพริกจินดาแดงและพริกขี้หนูมาซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ เสร็จแล้วพักไว้
  2. ตั้งกระทะโดยใช้ไฟกลางค่อนอ่อน นำหมูสามชั้นลงไปจี่จนเนื้อเป็นสีเหลืองทั้งสองด้าน เสร็จแล้วนำใส่ตะแกรงเพื่อสะเด็ดน้ำมันสักพัก จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอดีคำ
  3. นำหมูสามชั้นลงไปทอดในกระทะอีกครั้ง เพื่อให้เนื้อด้านนอกสุกเหลืองอย่างทั่วถึง เสร็จแล้วตักใส่ตะแกรงพักไว้ นำกระเทียมสับมาเจียวในกระทะจนเหลืองหอม จากนั้นปิดแก๊สและรินน้ำมันออก
  4. หลังจากรินน้ำมันออกหมดแล้ว ใส่หมูสามชั้นลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือและพริกไทยป่น เปิดไฟแรงและผัดให้เข้ากัน ต่อมาใส่พริกจินดาแดงและพริกขี้หนูลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง
  5. ขั้นตอนสุดท้ายโรยต้นหอมซอยลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นปิดแก๊สและตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย 

วิธีง่าย ๆ ช่วยประหยัดเวลาการทำ สามชั้นคั่วพริกเกลือ ทำเองได้ ใช้เวลาไม่นาน

สามชั้นคั่วพริกเกลือ

โดยปกติเมนูสามชั้น คั่วพริกเกลือ ก็ใช้เวลาทำไม่ค่อยนานนัก เนื่องจากวัตถุดิบและส่วนผสมค่อนข้างน้อย แถมยังเป็น อาหารไทย ที่มีวิธีทำเรียบง่ายอีกด้วย จึงไม่แปลกที่จะใช้เวลาทำไม่นาน แต่ทว่าเราสามารถทำ เมนูสามชั้นคั่วพริกเกลือ ให้เสร็จเร็วกว่าเดิมได้ โดยการเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดให้พร้อมก่อนลงมือทำ นอกจากนี้การนำหมูสามชั้นไปจี่บนกระทะก่อนนำไปปรุงจะช่วยประหยัดเวลาในการคั่วหรือผัดมากขึ้นด้วย จะเห็นได้ว่าในร้าน อาหารตามสั่ง เขาจะทำเสร็จเร็วมาก ๆ 

เมนูกับแกล้มสุดง่าย สามชั้น คั่วพริกเกลือ ใครทำก็อร่อยได้ทั้งนั้น

สามชั้นคั่วพริกเกลือ

สำหรับใครที่กำลังคิดอยู่ว่า หมู3ชั้นทำอะไรได้บ้าง เราขอแนะนำเมนูนี้เลย รับรองว่าใครทำก็อร่อยได้เช่นกัน จะทานเป็นกับแกล้มหรือจะทานคู่กับข้าวก็อร่อยไปอีกแบบ เรียกว่าเป็น เมนูอาหารตามสั่ง ที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เราจะเห็นเมนูนี้ได้บ่อยในร้านอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นเมนู สามชั้นคั่ว พริกเกลือ ก็ยังคงเป็นอาหารที่หลายคนนิยมทำทานกันเองกับคนในครอบครัว ใครที่กำลังมองหาเมนูอาหาร ตามสั่งทำเอง ง่าย ๆ ขอแนะนำเมนูนี้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารสุขภาพ

แจกสูตร ข้าวต้มปลากะพง สุดคลีน รสชาติอร่อยกลมกล่อม ทานแล้วสุขภาพดี 

ข้าวต้มปลากะพง

ปลากะพง เป็นปลาชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบเป็นเมนูอาหารมากมาย เนื่องจากเป็นปลาที่มีสารอาหารสำคัญหลายชนิด ทานแล้วช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ดี แถมยังมีโปรตีนสูง เหมาะกับการนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูอาหารคลีนมากเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นปลาชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในเมนูอาหารไทยอย่างมากเลยทีเดียว หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับเมนู ข้าวต้มปลากะพง เป็นอย่างดี ต้องบอกว่าเมนูนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย หากใครที่กำลังลดน้ำหนักแล้วอยากจะทานอาหารคลีน ๆ ขอแนะนำเมนูนี้เลย 

ทำความรู้จักเมนู ข้าวต้มปลากะพง อาหารคลีนแสนง่าย แต่อร่อยและมีคุณประโยชน์

ข้าวต้มปลากะพง

ข้าวต้ม ปลา กะพง เป็นข้าวต้มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากอยู่พอสมควร โดยวัตถุดิบหลักอย่างปลากะพงนั้นมีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายอยู่มากมาย แต่ให้พลังงานต่ำเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น จึงเหมาะกับคนรักสุขภาพและคนลดน้ำหนักอย่างมาก นับเป็น อาหารคลีนง่าย ๆ ที่สามารถทานได้ทุกมื้อเลยก็ว่าได้ สำหรับวิธีการทำนั้นก็ไม่ค่อยยากนัก หากใครเป็นมือใหม่ที่อยากทำ เมนูลดน้ำหนัก ทานเองง่าย ๆ สามารถนำสูตร ข้าวต้ม ปลากะพง ต่อไปนี้ไปทำตามกันได้เลย มาดูกันว่าเมนูนี้ทำง่ายมากแค่ไหน

แนะนำสูตร ข้าวต้มปลากะพง ง่าย ๆ เหมาะกับคนรักสุขภาพและคนลดน้ำหนัก

ข้าวต้มปลากะพง

เมื่อพูดถึง อาหารคลีน บางคนอาจจะมองข้ามเมนูง่าย ๆ อย่าง ข้าวต้มปลากระพง ไป เนื่องจากปัจจุบันมีเมนูคลีน ๆ ให้เลือกทานกันเยอะมาก ๆ ไม่จำเป็นต้องทานเมนูปลาเท่านั้น แต่ยังมีเมนูไก่อื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามปลาก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้พลังงานน้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ หากคุณกำลังลดน้ำหนักและอยากจะได้สูตรอาหาร มื้อเช้าคลีน ๆ หรือมื้อเย็นคลีน ๆ เราขอนำเสนอสูตรการทำข้าวต้มปลากะพง มาดูวัตถุดิบและวิธีทำกันได้เลย

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. ข้าวสวย 80 กรัม
  2. ปลากะพง (หั่นชิ้น) 50 กรัม
  3. ตั้งฉ่าย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  4. พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ขึ้นฉ่าย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ต้นหอม 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวต้มปลากะพง

ส่วนผสมน้ำซุป

  1. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  2. ผงปรุงรสไก่ 1 ช้อนโต๊ะ
  3. ข่าหั่นแว่น 8 กรัม
  4. รากขึ้นฉ่าย 8 กรัม
  5. กระเทียมบุบ 5 กรัม
  6. พริกไทยบุบ 1/2 ช้อนชา 

วิธีการทำข้าวต้มปลากะพง

  1. ขั้นตอนแรกเตรียมทำน้ำซุปข้าวต้ม เริ่มจากตั้งหม้อ ใส่น้ำเปล่าและผงปรุงรสไก่ลงไป ตามด้วยข่าหั่นแว่น รากขึ้นฉ่าย กระเทียมบุบและพริกไทยบุบ คนให้เข้ากัน ต้มจนเดือดและกรองเอาแค่น้ำซุป
  2. ต้มน้ำซุปต่อและใส่ข้าวสวยลงไป ตามด้วยปลากะพง ต้มจนสุกโดยไม่ต้องคน
  3. ใส่ตั้งฉ่าย พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว ขึ้นฉ่ายและต้นหอม เมื่อน้ำซุปเดือดแล้วคนให้เข้ากันเล็กน้อย เสร็จแล้วปิดเตาและตักใส่ถ้วยเสิร์ฟได้เลย 

เทคนิคการทำ ข้าวต้มปลากะพง ให้อร่อย มีกลิ่นหอม แต่ไม่มีกลิ่นคาวปลา

ข้าวต้มปลากะพง

วิธีทําข้าวต้มปลากระพงไม่ให้คาว สามารถทำได้ไม่ยาก แต่หลายคนก็มักจะพลาดได้ง่าย ๆ เช่นเดียวกัน สำหรับเทคนิคการทำข้าวต้มปลากะพง ไม่ให้มีกลิ่นคาว แนะนำว่าหลังจากที่ใส่ปลาลงไปในหม้อแล้ว ควรปล่อยให้เนื้อปลาสุกเองตามที่มันควรจะเป็น ไม่แนะนำให้คน เพราะจะทำให้ ข้าวต้มปลากะพงโบราณ มีกลิ่นคาวได้ง่าย โดยเฉพาะตอนที่เนื้อปลายังไม่สุกดี หากคนแล้วจะยิ่งทำให้เมนูนี้มาพร้อมกลิ่นคาว หากใครต้องการมื้อเช้าหรือ มื้อเย็นไม่อ้วน ก็สามารถทำเมนูนี้ทานเองได้เลย 

ชวนสายเฮลตี้มาทำเมนู ข้าวต้มปลากระพง สุดยอดอาหารคลีนแสนง่าย อร่อยและได้ประโยชน์

ข้าวต้มปลากะพง

จะเห็นได้ว่าเมนู ลดน้ำหนัก ที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้มีขั้นตอนการทำง่ายมาก ๆ ต้องบอกว่าทำเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็เสร็จแล้ว หากใครที่ควบคุมน้ำหนักอยู่และกำลังมองหาเมนู อาหารคลีนทำเอง ง่าย ๆ ที่บ้าน เราขอแนะนำเมนูนี้เลย บอกเลยว่าข้าวต้มปลากะพงสูตรนี้ไม่ได้อร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น เสริมภูมิคุ้นกัน บำรุงกระดูก ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และรักษาโรคเบาหวานได้อีกด้วย หากใครสนใจเมนูมื้อเช้าหรือ มื้อเย็นง่าย ๆ จากปลากะพง สามารถทำเมนูนี้ทานได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สูตรอาหาร

แจกสูตร ข้าวผัดไข่ โบราณ ใส่กากหมู ข้าวแห้ง ไม่แฉะ ดูน่ารับประทาน 

ข้าวผัดไข่

ในยามที่ไม่รู้ว่าจะกินข้าวกับอะไรดี เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารง่าย ๆ อย่าง ข้าวผัดไข่ กันอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ แถมยังมีวิธีทำที่ง่ายอีกด้วย ใช้เวลาทำไม่นานก็ได้ทานแล้ว นอกจากนี้ใครที่อยากจะทำอาหารทานเองแบบประหยัด ๆ เมนูนี้ก็ตอบโจทย์มาก ๆ เพราะมีแค่ข้าวและไข่เป็นวัตถุดิบหลัก อย่างไรก็ตามข้าวผัดไข่มีอยู่หลายสูตรด้วยกัน หากใครไม่อยากปรุงรสเยอะ เราขอแนะนำสูตรดั้งเดิมแบบโบราณ ซึ่งน่าทานไม่แพ้กันเลย 

ความพิเศษของ ข้าวผัดไข่ สูตรโบราณ ทานแล้วอร่อยกำลังดี มีสีสันสวยงาม น่ารับประทาน

ข้าวผัดไข่

หากถามถึงความพิเศษของ ข้าวผัดไข่โบราณ คงต้องบอกว่าความธรรมดาสุดแสนจะคลาสสิกที่ทำให้เมนูนี้มีความพิเศษ หากย้อนกลับไปในอดีตเราคงหาข้าวผัดในยุคปัจจุบันทานได้ยาก เช่นเดียวกับในยุคปัจจุบันนี้เราก็มักจะหา ข้าวผัด ไข่ สูตรโบราณทานได้ยาก โดยส่วนมากก็จะใส่วัตถุดิบต่าง ๆ มากมาย จนกลายเป็นข้าวผัดต่าง ๆ นานา ซึ่งแตกต่างจากในอดีตอย่างชัดเจน นั่นทำให้ข้าวผัดไข่ สูตรโบราณหาทานได้ยาก และสิ่งนี้เองที่ทำให้ข้าวผัดโบราณมีความพิเศษ ซึ่งจะไม่นิยมปรุงรสและใส่วัตถุดิบเยอะมากนัก 

แนะนำสูตร ข้าวผัดไข่ โบราณ ใส่กากหมู หอมกลิ่นน้ำมันหมู ทานคู่กับพริกน้ำปลายิ่งอร่อย

ข้าวผัดไข่

มาถึงตรงนี้คงไม่ต้องถามแล้วว่า ข้าวผัดใส่อะไรบ้าง เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำสูตรการทำ ข้าวผัดไข่โบราณ โดยจะมีการใส่ไข่และกากหมูเท่านั้น ส่วนเนื้อสัตว์หรือโปรตีนอื่น ๆ จะไม่ใส่ เนื่องจากสูตรนี้เป็นสูตรดั้งเดิมแบบโบราณ อาจจะไม่ได้เหมือนต้นฉบับ 100% แต่รับรองว่าอร่อยคลาสสิกแบบโบราณอย่างแน่นอน เรียกว่าเป็นสูตรที่เหมาะกับคนอยากทำ ข้าวผัดไข่ ง่ายๆ ทานเองที่บ้าน หรือใครจะทำเพื่อเอาไว้ทานกับเมนูกับข้าวอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน หากพร้อมแล้วเราไปดู วิธี ทำ ข้าวผัดไข่ ง่ายๆ สไตล์โบราณกันได้เลย

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. ข้าวสวย 1 ถ้วย
  2. ไข่ไก่ 5 ฟอง
  3. มันหมู 500 กรัม
  4. กระเทียมใหญ่ 8 กลีบ
  5. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  6. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  7. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  8. น้ำมันหมู
ข้าวผัดไข่

ส่วนผสมพริกน้ำปลา

  1. น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
  2. พริกแดงจินดาซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  3. กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  4. ใบผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
  6. มะนาว 1 ซีก 

วิธีทำข้าวผัดไข่โบราณ 

ข้าวผัดไข่
  1. ขั้นตอนการทำกากหมู เริ่มจากนำมันหมูมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปรวนในกระทะด้วยไฟกลาง เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย รวนไปเรื่อย ๆ จนมีน้ำมันออกมาจากมันหมู และเมื่อมันหมูมีสีเหลืองทองแล้วให้ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน พักไว้
  2. ขั้นตอนการผัดข้าว เริ่มจากนำกระเทียมมาโขลกพอหยาบ ๆ จากนั้นตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันหมูลงไปพอประมาณ เปิดไฟกลาง เมื่อน้ำมันเริ่มร้อนได้ที่แล้ว ใส่กระเทียมลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม
  3. เมื่อผัดจนกระเทียมมีกลิ่นหอมและเป็นสีเหลืองแล้ว ตอกไข่ไก่ลงไป ในขั้นตอนนี้ไม่ต้องตีไข่ให้แตก แต่ให้ใช้วิธีคนหรือเกลี่ยไปมา และรอให้ไข่เซ็ตตัวด้วยตัวเอง
  4. เมื่อไข่เริ่มเซ็ตตัวแล้ว นำข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน ผัดด้วยไฟกลางค่อนแรงจนไข่เคลือบเม็ดข้าวอย่างทั่วถึง จากนั้นใส่กากหมูลงไปผัดให้เข้ากัน
  5. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือป่น ผัดให้เข้ากันต่อไปเรื่อย ๆ จนข้าวร่วนและแห้งดี เมื่อผัดไปได้สักระยะแล้ว ใส่พริกไทยป่นลงไป ผัดต่อไปอีกสักพักแล้วปิดแก๊สได้เลย หลังจากนั้นตักข้าวผัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟคู่กับพริกน้ำปลา
  6. ขั้นตอนการทำพริกน้ำปลา ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำพริกแดงจินดา กระเทียมและใบผักชีมาซอยเตรียมไว้ ต่อมาใส่น้ำปลาลงในถ้วย ตามด้วยน้ำตาลมะพร้าว คนให้น้ำตาลละลายเข้ากัน 
  7. เสร็จแล้วใส่พริก กระเทียมและใบผักชีที่ซอยไว้ลงไป จากนั้นบีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยว คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ถือเป็นอันเสร็จ 

เทคนิคการทำ ข้าวผัดไข่ ให้อร่อย มีหน้าตาสวยงาม ดูน่ารับประทาน

ข้าวผัดไข่

วิธีทําข้าวผัดไข่ให้อร่อย และดูน่ารับประทาน เราสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการผัดไข่ให้สุกกำลังดี ในขั้นตอนการนำไข่ลงไปผัดกับกระเทียม แนะนำให้ใช้ทัพพีค่อย ๆ เกลี่ยไข่ไปมา ไม่ต้องตีไข่ให้แตก วิธีนี้จะทำให้ไข่แดงดูเด่นชัด ไม่กระจายตัวจนเกินไป เมื่อผัดรวมกันกับข้าวแล้วตัวไข่จะเคลือบเม็ดข้าวได้ดี และเวลาทำ ข้าว ผัดไข่ ไม่ต้องรอให้ไข่สุกมาก เพียงแค่ให้ไข่เซ็ตตัวสักพักแล้วนำข้าวลงไปผัดได้เลย และข้าวที่ใช้ควรเป็นข้าวเก่าหุงสุกที่ทานไม่หมด นำมาผัดด้วยไฟแรงจะทำให้ข้าวผัดไข่ แห้งและร่วน ดูน่ารับประทานมากขึ้น 

ข้าวผัดไข่ใส่กากหมู สูตรดั้งเดิม ทำเองง่าย ๆ อร่อยได้แบบไม่ต้องปรุงเยอะ

ข้าวผัดไข่

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ สูตรข้าวผัดไข่ โบราณที่เราเอามาแนะนำ หวังว่าทุกคนจะชอบและสามารถนำไปทำตามกันได้ไม่ยาก ต้องบอกว่า ข้าว ผัดไข่ สูตรนี้ใช้วัตถุดิบไม่ค่อยเยอะนัก หากใครไม่มีกากหมูก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ เพราะข้าวผัดสูตรนี้เป็นสูตรดั้งเดิม ปรุงรสน้อย ๆ นำไปทานคู่กับพริกน้ำปลาแล้วอร่อยเข้ากันอย่างมาก สำหรับใครที่ต้องการ ทำข้าวผัดไข่ ง่ายๆ เอาไว้ทานคู่กับเมนูอาหารอื่น ๆ ก็สามารถนำข้าวผัดสูตรนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

แจกสูตร ข้าวมันไก่สิงคโปร์ แบบง่าย ๆ อร่อยได้ด้วยฝีมือตัวเอง 

สูตร ข้าวหมกไก่ แบบฉบับทำเองง่าย ๆ

Categories
อาหารสุขภาพ

แจกสูตร ไก่ผัดพริกหยวก เมนูอาหารคลีน โปรตีนสูง อิ่มอร่อยได้แบบไม่อ้วน 

ไก่ผัดพริกหยวก

เราจะเห็นได้ว่าอาหารคลีนหลาย ๆ เมนูมักจะปรุงรสน้อยที่สุด และจะนิยมใส่ผักชนิดต่าง ๆ มากกว่าเนื้อสัตว์ แต่ทว่าอาหารคลีนที่มีวัตถุดิบหลักเป็นเนื้อสัตว์ก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้เนื้อไก่ เพราะเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่มีสารอาหารเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย หนึ่งในเมนูคลีนทำจากเนื้อไก่ที่หลายคนชื่นชอบก็คือ ไก่ผัดพริกหยวก เรียกว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อของคนลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ เพราะมีการปรุงรสค่อนข้างน้อย แต่ก็อร่อยได้ไม่ยาก มาดูกันว่าเมนูนี้น่าสนใจอย่างไร 

ทำความรู้จัก ไก่ผัดพริกหยวก เมนูง่าย ๆ แต่ได้ประโยชน์ ใครทำก็อร่อย

ไก่ผัดพริกหยวก

ไก่ ผัด พริก หยวก เป็นหนึ่งในเมนูอาหารที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนลดน้ำหนักมากพอสมควร เนื่องจากเป็นเมนูที่มีเนื้อไก่เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย โดย อาหารคลีน ชนิดนี้จะนำเนื้อไก่มาผัดกับพริกหยวกและใส่วัตถุดิบอื่น ๆ ลงไปด้วย อาทิ หอมใหญ่ กระเทียม และพริกจินดา ทั้งนี้เนื้อไก่ที่ใช้จะต้องไม่มีมันติดมาด้วย หากเป็นคนทั่วไปอาจไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้ แต่สำหรับคนคุมน้ำหนัก การทาน ไก่ ผัดพริกหยวก จะต้องไม่มีมันติดมาด้วย สำหรับใครที่สนใจ มื้อเย็นง่าย ๆ แบบคลีน ๆ ขอแนะนำเมนูนี้เลย 

แนะนำ ไก่ผัดพริกหยวก สูตรคลีน ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก อร่อยมากและสุขภาพดีด้วย

ไก่ผัดพริกหยวก

หากใครกำลังคิดหา เมนูลดน้ำหนัก ง่าย ๆ ใช้วัตถุดิบไม่เยอะมาก เราขอแนะนำเมนูนี้เลย ต้องบอกว่าเป็นเมนูไก่ผัดที่ใคร ๆ ก็ทำได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากมีขั้นตอนการทำที่ง่ายแสนง่าย โดยมีการปรุงรสไม่เยอะเหมือนเมนูอื่น ๆ ใช้เวลาทำไม่นานก็ได้ทานแล้ว เหมาะที่จะเป็นเมนู มื้อเย็นไม่อ้วน ของใครหลายคน สำหรับใครที่ยังไม่เคยลิ้มลอง บอกเลยว่าพลาดมาก มาดูวัตถุดิบและวิธีทำไก่ผัดพริกหยวก กันได้เลย มีขั้นตอนที่ดูไม่ยุ่งยากและทำได้ง่ายมาก

วัตถุดิบและส่วนผสม

ไก่ผัดพริกหยวก
  1. สันในไก่ 200 กรัม
  2. พริกหยวก 5-7 เม็ด
  3. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  4. กระเทียม 3-5 กลีบ
  5. พริกแดงจินดา 4 เม็ด
  6. ซอสหอยนางรมคีโต 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาวคีโต 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำซุป 1-2 ทัพพี
  9. น้ำมันมะกอก 

วิธีการทำไก่ผัดพริกหยวก

ไก่ผัดพริกหยวก
  1. นำเนื้อสันในไก่หมักกับซอสหอยนางรมทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที
  2. หั่นพริกหยวกเป็นแฉก ๆ และหั่นหอมหัวใหญ่เป็นเสี้ยว จากนั้นนำกระเทียมและพริกแดงจินดามาโขลกรวมกัน เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะ พักไว้
  3. ตั้งกระทะและใส่น้ำมันมะกอกลงไปนิดหน่อย นำกระเทียมสับลงไปเจียวด้วยไฟกลาง จากนั้นใส่สันในไก่ที่หมักไว้ลงไป ผัดให้เข้ากัน
  4. เติมน้ำซุปลงไปและผัดไปเรื่อย ๆ จนไก่สุก ต่อมาใส่พริกหยวกและหอมหัวใหญ่ ผัดให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำซุปลงไปอีกเล็กน้อย ปิดฝาทิ้งไว้ 3-5 นาที เพื่อให้น้ำซุปเข้ากันกับเนื้อไก่ได้ดี
  5. เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดแล้วเปิดฝาออก จากนั้นใส่กระเทียมและพริกแดงจินดาที่โขลกไว้ลงไป ผัดให้เข้ากันและปิดเตา หลังจากนั้นตักใส่จานเสิร์ฟ ถือเป็นอันเสร็จ 

เคล็ดลับทำ ไก่ผัดพริกหยวก สูตรคลีนให้อร่อยแบบง่าย ๆ ไม่ต้องปรุงเยอะ

ไก่ผัดพริกหยวก

ผัด พริก หยวก ไก่ เป็นเมนูที่ปรุงรสค่อนข้างน้อย จะสังเกตได้ว่าสูตรที่เราแนะนำนี้จะใช้เครื่องปรุงเพียงแค่ 2 อย่าง คือ ซอสหอยนางรมและซีอิ๊วขาวคีโต นอกนั้นเป็นเพียงส่วนผสมที่ช่วยแต่งกลิ่นและเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น เคล็ดลับที่ทำให้ไก่ผัดพริกหยวกมีรสชาติอร่อยจะอยู่ที่น้ำซุป ซึ่งเป็นน้ำซุปที่ได้จากการต้มโครงไก่และกะหล่ำปลีรวมกัน สำหรับ ไก่ผัดพริกหยวกใส่หอมใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาล เพราะมีหอมใหญ่ที่ให้รสหวานอยู่แล้ว หากใครสนใจเมนู อาหารคลีนทำเอง ง่าย ๆ ลองทำเมนูนี้ทานได้เลย 

ไก่ผัดพริกหยวกสูตรคลีน เมนูอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ อร่อยแถมมีประโยชน์

ไก่ผัดพริกหยวก

สำหรับคนรักสุขภาพ หรือคนที่กำลัง ลดน้ำหนัก การทานเมนูอาหารคลีนอยู่เป็นประจำจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีการปรุงรสน้อยกว่าอาหารทั่วไป สำหรับไก่ผัดพริกหยวก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูคลีนที่ได้รับความนิยม จัดเป็น อาหารคลีนง่าย ๆ ที่มีประโยชน์อยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่จะนิยมใช้อกไก่ เพราะมีโปรตีนสูง และไขมันต่ำ ทั้งนี้ยังสามารถใช้เนื้อไก่ส่วนอื่นได้เช่นกัน แต่ควรหลีกเลี่ยงส่วนที่มีมันติดอยู่ หากใครที่อยากได้เมนู มื้อเช้าคลีน ๆ ทำเองได้ไม่ยาก ขอแนะนำเมนูแสนง่ายนี้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สูตรอาหาร

แจกสูตร ตำ เส้น เล็ก หมูยอน้ำปลาร้า เมนูรสเด็ดเผ็ดแซ่บถึงใจ กินทีไรก็ไม่เบื่อ 

ตำ เส้น เล็ก

ในปัจจุบันเมนูอาหารรสจัดได้รับความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูตำทั้งหลาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีให้เลือกทานหลายเมนูมากเลยทีเดียว ทว่าพูดถึงเมนูส้มตำแล้ว หลายคนก็มักจะนึกถึงมะละกอในฐานะวัตถุดิบหลัก แต่สำหรับเมนู ตำ เส้น เล็ก แล้ว มะละกอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย เพราะเมนูนี้จะใช้เส้นเล็กแทนเส้นมะละกอนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นเมนูดัดแปลงจากส้มตำที่น่าลิ้มลองมากทีเดียว ใครชอบทานอาหารรสเผ็ดแซ่บก็ไม่ควรพลาด 

แนะนำเมนูรสแซ่บ ตำ เส้น เล็ก หมูยอ อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต

ตำ เส้น เล็ก

ตำเส้นเล็ก หมูยอ เป็นเมนูที่เหมาะกับคนชอบทานอาหารรสจัดอย่างมาก เพราะเมนูนี้จะเน้นปรุงรสเผ็ดเป็นส่วนใหญ่ จะสังเกตเห็นได้ว่าเมนูนี้เต็มไปด้วยพริก โดยจะใช้เส้นเล็กแทนมะละกอ เพราะฉะนั้นรสสัมผัสจะแตกต่างกันอยู่พอสมควร หากใครที่อยากลองเปลี่ยนจากการรับประทาน ส้มตำ แบบเดิม ๆ มาเป็นตำเส้นเล็กรสแซ่บที่อร่อยไม่แพ้กัน ขอแนะนำให้ลองทาน ตำ เส้นเล็ก สักครั้งแล้วจะติดใจ ซึ่งสามารถใส่หมูยอหรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ตามชอบได้เลย 

แบ่งปันสูตร ตำ เส้น เล็ก หมูยอน้ำปลาร้า ทำเองก็อร่อยแซ่บได้ไม่แพ้ใคร

เชื่อว่าหลายคนเคยทาน ตำ เส้นเล็กหมูยอ กันมาบ้างแล้ว ถือเป็นเมนูที่อร่อยไม่แพ้ส้มตำทั่วไปเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมนูนี้จะใช้เส้นเล็กแทนมะละกอ จึงทำให้รสสัมผัสแตกต่างจาก เมนูส้มตำ พอสมควร เหมาะกับคนชอบทานเมนูเส้นรสจัดเป็นอย่างมาก และสำหรับใครที่ยังไม่เคยทานและสงสัยว่า ตำเส้นเล็ก ใส่ อะไร บ้าง ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะวันนี้เรามีสูตร ตำเส้นเล็ก หมูยอน้ำปลาร้ามาฝากด้วย ใครอยากทานลองเอาไปทำตามกันได้เลย 

ตำ เส้น เล็ก

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. เส้นเล็ก 60 กรัม
  2. หมูยอ 1 แท่ง
  3. ผักบุ้งไทย 2 กำมือ
  4. ถั่วงอก 1 กำมือ
  5. เกลือ 1 ช้อนชา
  6. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  7. พริกจินดาแดง 4 เม็ด
  8. พริกแห้ง 3 เม็ด
  9. ผงชูรส 1/2 ช้อนชา
  10. มะเขือเทศ 3 ลูก
  11. ถั่วฝักยาว 3 ฝัก
  12. มะนาว 1 ลูก
  13. น้ำตาลเคี่ยว 2 ช้อนโต๊ะ
  14. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  15. น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ทัพพี 

วิธีการทำตำเส้นเล็ก

ตำ เส้น เล็ก
  1. ขั้นตอนแรกให้เริ่มลวกผัก ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่เกลือและน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำผักบุ้งและถั่วงอกลงไปลวกให้พอสุก เสร็จแล้วนำไปน็อคด้วยน้ำเย็น
  2. นำหมูยอลงไปลวกให้สุก หลังจากนั้นตักใส่ภาชนะ ต่อมานำเส้นเล็กลงไปลวกต่อจนสุกแล้วตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำ
  3. ใส่พริกจินดาแดงและพริกแห้งลงไปในครก ตามด้วยผงชูรส ตำให้เข้ากันพอหยาบ ๆ จากนั้นหั่นมะเขือเทศและถั่วฝักยาวลงไป
  4. บีบมะนาวลงไปเพิ่มความเปรี้ยว ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำตาลเคี่ยว น้ำปลา และน้ำปลาร้าต้มสุก จากนั้นตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  5. ใส่เส้นเล็กที่ลวกไว้ลงไปในครก ตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นใส่หมูยอ ผักบุ้งและถั่วงอก ตำคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้งและตักใส่จานเสิร์ฟ ถือเป็นอันเสร็จพร้อมทาน 

เมนูอาหารรสเลิศ ตำเส้นเล็กหมูยอน้ำปลาร้า ปรุงรสเองตามใจชอบได้ง่าย ๆ

ตำ เส้น เล็ก

แน่นอนว่าแต่ละคนชอบรสชาติ ตำเส้นเล็ก ปลาร้า ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะระดับความเผ็ด ต้องบอกว่าจะมีทั้งคนที่ชอบทานรสเผ็ดน้อย เผ็ดปานกลาง และเผ็ดมาก สำหรับใครที่ชอบทาน ตําเส้นเล็ก เผ็ดเผ็ด สามารถใส่พริกหลาย ๆ เม็ดตามที่ต้องการได้เลย จะเห็นได้ว่าสูตรที่เราแนะนำนี้จะใส่พริกแห้งด้วย ซึ่งจะช่วยให้เมนูตำ เส้นเล็ก เผ็ดมากขึ้น อย่างไรก็ตามเครื่องปรุงอื่น ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากใครชอบทาน ส้มตำ รสชาติแบบไหนก็สามารถนำมาดัดแปลงในเมนูนี้ได้เลย 

ตำเส้นเล็กหมูยอ สุดยอดเมนูตำรสเด็ด อร่อยเผ็ดแบบสะใจ ใครทำก็อร่อยได้ไม่ยาก

ตำ เส้น เล็ก

จะเห็นได้ว่าเมนู ตำเส้นเล็ก ทำได้ง่ายมาก ๆ แม้ว่าเครื่องจะค่อนข้างเยอะไปหน่อย แต่บอกเลยว่าความอร่อยนั้นจัดเต็มอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ชอบทาน ตำปูปลาร้า รสแซ่บ ๆ เมื่อทำเมนูนี้ก็สามารถดัดแปลงรสชาติตามที่ต้องการได้เลย เรียกได้ว่าเป็นเมนูเส้นรสเด็ดที่หลายคนนิยมทานกันมากเลยทีเดียว จะทานตำ เส้น เล็กเพียงอย่างเดียว หรือจะทานร่วมกันกับ ส้มตำไก่ย่าง ก็อร่อยได้เช่นกัน หากใครสนใจอยากจะลองทำทานเอง แนะนำสูตรนี้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สูตรอาหาร

แจกสูตร ผัดโป๊ยเซียน เมนูอาหารจีน หน้าตาคล้ายผัดวุ้นเส้น ทำทานได้ง่าย

ผัดโป๊ยเซียน

อย่างที่เราทุกคนทราบกันดีว่าอาหารจีนหลาย ๆ เมนูเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยตั้งแต่ในอดีต จนปัจจุบันนี้อาหารจีนเหล่านั้นได้กลายเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จนบางครั้งเราอาจคิดว่าเมนูดังกล่าวเป็นอาหารไทยเลยก็ว่าได้ หากพูดถึงอาหารมงคลของจีนที่ขึ้นชื่อ หลายคนอาจนึกถึง ผัดโป๊ยเซียน เพราะเป็นเมนูอาหารที่สื่อถึงวัตถุดิบ 8 อย่าง และเลข 8 ก็เป็นเลขมงคลของคนจีนด้วย ต้องบอกว่าเมนูนี้มีหน้าตาคล้ายผัดวุ้นเส้นของไทยเป็นอย่างมาก แต่ทว่าทั้งสองไม่ใช่เมนูเดียวกันนะ 

ทำความรู้จัก ผัดโป๊ยเซียน เมนูอาหารมงคลของจีน เครื่องแน่น นิยมใส่วัตถุดิบ 8 อย่าง

ผัดโป๊ยเซียน

หากมองผิวเผินเราอาจเข้าใจผิดว่าเมนูนี้คือ ผัดวุ้นเส้น แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองเมนูแตกต่างกัน เนื่องจาก ผัดโป๊ยเซียนคือ เมนูอาหารจีนที่นิยมใช้วัตถุดิบ 8 อย่างมาผัดรวมกัน ซึ่งจะไม่มีการใส่ไข่ใด ๆ โดยคำว่า “โป๊ย” ในภาษาจีนแต้จิ๋วมีความหมายว่า 8 นั่นเอง แต่ทว่าในปัจจุบันสูตรการทำของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป หลายครั้งเราจะเห็นเมนู ผัด โป๊ยเซียน ที่มีวัตถุดิบมากกว่า 8 อย่าง ซึ่งเกิดจากการดัดแปลงตามความต้องการ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง อาหารจีนง่ายๆ ที่น่าทานอย่างมาก 

แชร์สูตรการทำ ผัดโป๊ยเซียน ง่าย ๆ สไตล์คนรักสุขภาพ อร่อยและได้ประโยชน์

ผัดโป๊ยเซียน

หากใครกำลังมองหา เมนูอาหารจีน ง่าย ๆ สามารถทำทานเองได้ที่บ้าน เมนูนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย เชื่อว่าหลายคนน่าจะชอบไม่มากก็น้อย เนื่องจาก ผัด โป๊ยเซียน เป็นเมนูที่มีเครื่องแน่น โดยจะมีทั้งวุ้นเส้น เนื้อสัตว์และผัก ทานแล้วช่วยให้อิ่มท้องได้ไม่ต่างจากข้าว เพราะมีส่วนประกอบของวุ้นเส้น ซึ่งถือเป็นแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน เพราะฉะนั้นเราสามารถทานผัดโป๊ยเซียน แทนข้าวในมื้ออาหารได้เลย มาดูกันว่าสูตรการทำเป็นอย่างไรบ้าง 

ผัดโป๊ยเซียน

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. กุ้งสด 400 กรัม
  2. อกไก่ (หั่นเป็นชิ้น) 400 กรัม
  3. วุ้นเส้น 120 กรัม
  4. ผักบุ้ง (หั่นเป็นชิ้น) 20 กรัม
  5. ผัดกาดขาว (หั่นเป็นชิ้น) 20 กรัม
  6. แครอท (หั่นบาง) 20 กรัม
  7. เห็ดฟาง (หั่นเป็นชิ้น) 20 กรัม
  8. ดอกไม้จีน 20 กรัม
  9. เต้าหู้ขาว (หั่นเป็นชิ้น) 20 กรัม
  10. ถั่วลันเตา 20 กรัม
  11. หอมหัวใหญ่ (หั่นบาง) 1 หัว
  12. เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
  13. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  14. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  15. น้ำปลา 1 ช้อนชา
  16. น้ำมันสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ
  17. ต้นหอมและขึ้นฉ่าย (หั่นบาง) 

วิธีการทำผัดโป๊ยเซียน 

ผัดโป๊ยเซียน
  1. ขั้นตอนแรกตั้งกระทะด้วยไฟกลาง เทน้ำมันลงไป จากนั้นนำหอมหัวใหญ่ลงไปผัดจนสุกและมีกลิ่นหอม
  2. ใส่เหล้าจีน ตามด้วยกุ้ง อกไก่ และเต้าหู้ขาว ผัดจนสุกแล้วใส่ผักบุ้ง ผักกาดขาว แครอท ถั่วลันเตา เห็ดฟาง และดอกไม้จีน ผัดต่อให้สุกและเข้ากันดี
  3. ใส่วุ้นเส้นลงไปและเติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย จากนั้นผัดต่อจนแห้ง
  4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา และซอสหอยนางรม จากนั้นปิดไฟแล้วตักใส่จาน โรยหน้าด้วยต้นหอมและขึ้นฉ่าย ถือเป็นอันเสร็จ 

ไอเดียทำเมนู ผัดโป๊ยเซียน ให้อร่อยและสุขภาพดี เหมาะกับสายเฮลตี้โดยเฉพาะ

ผัดโป๊ยเซียน

ด้วยความที่เป็นเมนู อาหารจีนทำเอง ง่าย ๆ เราจึงอยากแนะนำไอเดียการทำเมนูนี้ให้เหมาะกับสายเฮลตี้หรือคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ โดยการลดเนื้อสัตว์ลงและเพิ่มผักให้มากขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้เมนู ผัดโป๊ยเซียนของเรากลายเป็นเมนูอาหารคลีนที่เหมาะกับคนรักสุขภาพ นอกจากนี้หากใครกังวลเรื่องการใช้น้ำมันในการทำ เมนูผัด เราขอแนะนำให้เลือกใช้น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ อย่างเช่น น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ถือเป็นน้ำมันที่เหมาะกับสายเฮลตี้มากทีเดียว เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีไขมันต่ำอีกด้วย 

ประโยชน์จากผัดโป๊ยเซียน อาหารจีนทำง่าย หน้าตาน่ารับประทาน อร่อยและมีประโยชน์

ผัดโป๊ยเซียน

เรียกว่าเป็นเมนู อาหารจีน ที่มีหน้าตาน่ารับประทานมากเลยทีเดียว โดยจะมีทั้งวุ้นเส้น เนื้อสัตว์และผัก นอกจากความอร่อยแล้ว ต้องบอกว่าผัดโป๊ยเซียนนั้นยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายอีกด้วย หากทานแล้วจะได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ และไขมัน นับเป็นหนึ่งใน อาหารสุขภาพ ที่ทำได้ง่าย ๆ อย่างที่บอกไปว่าสายเฮลตี้สามารถทำเมนูนี้ทานเองแบบคลีน ๆ กันได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
อาหารสุขภาพ

แจกสูตร ยำ ปลา ทูน่า ใส่ตะไคร้ หอมกลิ่นสมุนไพร ทานแล้วสุขภาพดี 

ยำ ปลา ทูน่า

หากกล่าวถึงยำเชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงเมนูอาหารรสจัดเป็นอันดับแรก ๆ แต่ทว่าเมนูยำไม่ได้หมายถึงอาหารรสจัดจ้านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเมนูยำอื่น ๆ ที่ไม่ได้ปรุงรสมาก เช่นเดียวกับ ยำ ปลา ทูน่า เรียกว่าเป็นเมนูอาหารคลีนยอดนิยมของกลุ่มคนรักสุขภาพเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำเมนูคลีนทานเองง่าย ๆ ในราคาประหยัด มักจะทำเมนูนี้ทานอยู่บ่อย ๆ เพราะทูน่ากระป๋องหลายสูตรมีโปรตีนสูง แต่ปริมาณโซเดียมต่ำ แถมยังราคาไม่แพงอีกด้วย นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจของคนคุมน้ำหนักและคนรักสุขภาพ 

แนะนำเมนูคลีนเพื่อสุขภาพ ยำ ปลา ทูน่า ใส่ตะไคร้ เหมาะสำหรับคนคุมน้ำหนักโดยเฉพาะ

ยำ ปลา ทูน่า

ยำ ปลาทูน่า เป็นเมนูทางเลือกของคนลดน้ำหนักหลายคน เพราะทูน่ามีโปรตีนสูง แต่ไขมันน้อย นั่นจึงตอบโจทย์คนควบคุมน้ำหนักหรือคนลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็น เมนูลดน้ำหนัก ยอดนิยมจนถึงปัจจุบัน และที่สำคัญเมนูนี้ทำเองได้ง่ายมาก ๆ ใช้เวลาไม่นานก็ทำเสร็จแล้ว ไม่เพียงแค่คนลดน้ำหนักเท่านั้นที่ชอบทาน แต่คนรักสุขภาพทั่วไปก็ชอบทานเมนูนี้เช่นกัน สำหรับใครที่อยากทานเมนูยำแบบคลีน ๆ เราขอแนะนำ ยำ ทูน่า กระป๋อง บอกเลยว่าทำง่ายมาก ๆ โดยวันนี้ขอนำเสนอ ยำ ปลาทูน่า ใส่ตะไคร้ 

แชร์สูตร ยำ ปลา ทูน่า ใส่ตะไคร้ง่าย ๆ ทานแล้วได้ประโยชน์ ใครทำก็อร่อย

ยำ ปลา ทูน่า

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยำปลาทูน่า เป็นเมนูแรก ๆ ที่สายเฮลตี้นึกถึง โดยเฉพาะคนที่ชอบทำเมนู อาหารคลีนง่าย ๆ ทานเองที่บ้าน เชื่อเลยว่าจะต้องรู้จักเมนูนี้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถทำทานได้ทุกมื้อเลย ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือ มื้อเย็นไม่อ้วน ก็สามารถทำเมนูนี้ทานได้เช่นกัน สำหรับวันนี้ขอเอาใจสายเฮลตี้และสายคุมน้ำหนักกันบ้าง โดยเราจะมาแนะนำสูตรการทำ ยํา ทูน่า ตะไคร้ บอกเลยว่ามีทั้งความอร่อยและกลิ่นหอม หากพร้อมแล้วไปดูวิธีทำ ยำ ทูน่า ใส่ตะไคร้กันเลย 

วัตถุดิบและส่วนผสม

ยำ ปลา ทูน่า
  1. ทูน่าในน้ำแร่ 1 กระป๋อง
  2. ตะไคร้ซอย 1/4 ถ้วยตวง
  3. หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
  4. ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. พริกขี้หนูซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำปลาแท้ 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา 

วิธีการทำยำปลาทูน่า

ยำ ปลา ทูน่า
  1. ขั้นตอนแรกเททูน่ากระป๋องใส่ชาม หลังจากนั้นให้แยกส่วนเนื้อและน้ำออกต่างหาก สำหรับการทำยำจะใช้เพียงแค่เนื้อทูน่าเท่านั้น
  2. เตรียมทำน้ำยำ เริ่มจากใส่น้ำปลาลงในถ้วยผสม ตามด้วยน้ำมะนาว และน้ำตาลมะพร้าว คนให้ส่วนผสมเข้ากันและน้ำตาลละลายดี
  3. ใส่พริกขี้หนูซอยลงไป ตามด้วยเนื้อทูน่า คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด และผักชีที่ซอยไว้ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จแล้วตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมแตงกวาหรือเครื่องเคียงตามชอบได้เลย 

เคล็ดลับทำเมนู ยำ ปลาทูน่า ให้อร่อยแบบคลีน ๆ คนลดน้ำหนักทานแล้วไม่รู้สึกผิด

ยำ ปลา ทูน่า

สิ่งสำคัญของการทำ ยํา ทูน่า คลี น คือการปรุงรส อย่างแรกควรจะต้องเลือกทูน่ากระป๋องสูตรไขมันต่ำ แนะนำเป็นทูน่าในน้ำแร่ เน้นโปรตีนมากกว่าไขมัน สำหรับ ลดน้ำหนัก จะต้องระมัดระวังในการปรุงนิดหนึ่ง เพราะโดยปกติเมนูยำทั่วไปจะมีรสแซ่บ จัดจ้าน แต่เมื่อเป็นเมนู ยำ ทูน่า สูตรคลีนจะต้องปรุงรสให้น้อยที่สุด หากใครต้องการทำ ยำปลาทูน่า เป็นอาหาร มื้อเย็นง่าย ๆ และดีต่อสุขภาพควรใส่น้ำตาลนิดเดียว เพราะหอมแดงช่วยให้รสหวานอยู่แล้ว 

ชวนทำเมนู ยำ ทูน่า อาหารคลีนสุดเฮลตี้ ทำได้ง่าย ประหยัดต้นทุนได้ดี

ยำ ปลา ทูน่า

จะเห็นได้ว่า ยำทูน่า เป็นหนึ่งในเมนู อาหารคลีน ที่ทำได้ง่ายมาก ๆ เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างมากเลยทีเดียว ด้วยความที่ทูน่ามีสารอาหารตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นเมนูที่มีโปรตีนสูง ให้พลังงานต่ำ ทานแล้วดีต่อสุขภาพ จึงทำให้กลายเป็นอาหาร มื้อเช้าคลีน ๆ ของใครหลายคน เพราะทำง่ายและใช้เวลาทำไม่นานด้วย ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า ตอนกลางวัน หรือตอนเย็นก็สามารถทำ ยำทูน่า ทานเองได้เลย เรียกว่าเป็นหนึ่งในเมนู อาหารคลีนทำเอง ง่าย ๆ ในราคาประหยัด โดยรวมแล้วน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สูตรอาหาร

แจกสูตร ก๋วยเตี๋ยว หลอด ทรงเครื่องสูตรโบราณ ทำทานได้ง่าย อิ่มอร่อยเครื่องแน่น

ก๋วยเตี๋ยว หลอด

ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นในเรื่องอาหารและวัฒนธรรม โดยเฉพาะอาหารไทยนั้นขึ้นชื่อมาก ๆ และต้องบอกว่าอาหารไทยหลายเมนูมักได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติ อย่างเช่นเมนูก๋วยเตี๋ยวที่ไทยได้รับอิทธิพลมาจากจีน จนกระทั่งเมนูนี้กลายเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย นอกจากก๋วยเตี๋ยวแบบธรรมดาแล้ว ยังมี ก๋วยเตี๋ยว หลอด ที่ได้รับความนิยมในอดีต แม้ว่าในยุคนี้จะหาทานได้ยากกว่าในอดีต แต่เมนูดังกล่าวก็มีวิธีทำค่อนข้างง่าย เราสามารถทำทานเองได้ไม่ยากเลย 

ชวนย้อนอดีตกับเมนู ก๋วยเตี๋ยว หลอด ทรงเครื่อง อาหารจีนได้รับความนิยมในไทย

ก๋วยเตี๋ยว หลอด

ก๋วยเตี๋ยวหลอด เป็นเมนูอาหารชนิดหนึ่งที่ไทยได้รับอิทธิพลมาจากจีน ซึ่งถือกำเนิดมาจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ทว่าในอดีตเมนูนี้จะทำโดยการนำแผ่นก๋วยเตี๋ยวนึ่งมาห่อไส้ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะนิยมห่อไส้กุ้ง เสร็จแล้วม้วนแผ่นก๋วยเตี๋ยวให้เป็นหลอด และตัดแบ่งเป็นท่อน ๆ รับประทานโดยการราดซีอิ๊วขาวและซีอิ๊วดำลงไป นับเป็น อาหารจีน ที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี แม้ว่าในปัจจุบันก๋วยเตี๋ยว หลอด จะหาทานได้ยากกว่าในสมัยก่อนก็ตาม 

แนะนำ ก๋วยเตี๋ยว หลอด ทรงเครื่อง สูตรโบราณ ทำทานเองได้ง่าย เครื่องเยอะ 

ก๋วยเตี๋ยว หลอด

หากใครอยากทานเมนู ก๋ ว ย เตียว หลอด ทรงเครื่อง เรามีสูตรการทำมาแนะนำด้วย บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทำได้ไม่ยากนัก สำหรับใครที่รู้สึกว่าเมนูนี้หาทานได้ยากจริง ๆ ก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะเราสามารถทำทานเองได้ง่าย ๆ เพียงแค่เตรียมวัตถุดิบและส่วนผสมให้พร้อม จากนั้นลงมือทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำ รับรองว่าทุกคนก็จะได้ ก๋วยเตี๋ยวหลอด ทรงเครื่องทานกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพก็ทำได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นหากใครสนใจอยากทำทานเอง มาดู สูตรก๋วยเตี๋ยว หลอด โบราณ กันได้เลย 

วัตถุดิบและส่วนผสม

ก๋วยเตี๋ยว หลอด
  1. เส้นก๋วยเตี๋ยวหลอด 1 กิโลกรัม
  2. กระดูกเล้ง 500 กรัม
  3. หมูสามชั้น 500 กรัม
  4. มันหมู 300 กรัม
  5. เต้าหู้นิ่ม 3 ก้อน
  6. สามเกลอโขลก 50 กรัม
  7. ไชโป๊ 300 กรัม
  8. กระเทียมสับ 200 กรัม
  9. โป๊ยกั๊ก 5 ดอก
  10. อบเชย 5 แท่ง
  11. น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม
  12. ซอสปรุงรสฝาเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
  13. ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
  14. ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
  15. เกลือ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  16. น้ำเปล่า 3.5 ลิตร
  17. น้ำมันพืช
  18. ต้นหอมผักชีซอย (สำหรับโรยหน้า) 

วิธี ทำ ก๋ ว ย เตียว หลอด ทรงเครื่องโบราณ

ก๋วยเตี๋ยว หลอด
  1. เริ่มจากตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่กระดูกเล้งลงไป ตามด้วยโป๊ยกั๊ก สามเกลอ น้ำตาลปี๊บ เกลือ ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ เสร็จแล้วปิดฝาและต้มทิ้งไว้ 30 นาที
  2. ขั้นตอนต่อมาเตรียมเครื่องต่าง ๆ เริ่มจากตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันลงไป นำเต้าหู้ลงไปทอดจนสุกและนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน ตามด้วยทอดหมูสามชั้นพอให้สุกเหลือง นำขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน 
  3. ต่อด้วยทอดมันหมูให้สุก จากนั้นใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ ปิดท้ายด้วยการนำไชโป๊ลงไปเจียวจนเหลืองและตักใส่ภาชนะ
  4. นำเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดใส่ลงในกระทง จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที เสร็จแล้วนำออกจากหม้อนึ่ง พักไว้ นำเต้าหู้และหมูสามชั้นที่ทอดไว้มาหั่นเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอดีคำ 
  5. จากนั้นนำใส่ในหม้อน้ำซุปที่ต้มไว้ เคี่ยวต่ออีก 5 นาที เสร็จแล้วยกลงจากเตา นำถั่วงอกมาลวกให้พอสุก เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะ
  6. ขั้นตอนการจัดเสิร์ฟ เริ่มจากนำเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดใส่ลงในจาน ตามด้วยถั่วงอก ใส่เครื่องและราดน้ำซุปลงไป แต่งหน้าด้วยไชโป๊ กระเทียมเจียว และต้นหอมผักชีซอย ถือเป็นอันเสร็จ 

เคล็ดลับการทำ ก๋วยเตี๋ยว หลอด ทรงเครื่องให้อร่อยไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวทั่วไป

ก๋วยเตี๋ยว หลอด

เด็กวัยรุ่นสมัยใหม่อาจจะคุ้นเคยกับ ก๋วยเตี๋ยว น้ำกันมากกว่า เพราะเป็นอาหารที่หาทานได้ง่าย แต่ถ้าหากพูดถึงเมนูก๋วยเตี๋ยว หลอด ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางพื้นที่หาทานได้ยากมาก เพราะไม่ค่อยมีใครทำขายนั่นเอง แต่บอกเลยว่าความอร่อยนั้นไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวน้ำอย่างแน่นอน สำหรับเคล็ดลับ อาหารจีนทำเอง การจะทำให้เมนูนี้อร่อยไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวน้ำจะต้องเลือกวัตถุดิบสดใหม่ และควรใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรุงน้ำซุป และการทอดเครื่องต่าง ๆ ควรทำแต่ละขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน 

สุดยอดเมนูอาหารโบราณ ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง อร่อยแถมมีประโยชน์มากมาย

ก๋วยเตี๋ยว หลอด

จะเห็นได้ว่า ก๋วยเตี๋ยวหลอด โบราณ เป็นเมนูอาหารที่ทำได้ไม่ยากเลย ขั้นตอนการทำนั้นค่อนข้างง่าย ไม่ได้มีความซับซ้อนแต่อย่างใด สำหรับใครที่อยู่บ้านคนเดียวว่าง ๆ ก็สามารถนำ สูตรก๋วยเตี๋ยวหลอด ที่เราแนะนำไปลองทำตามกันได้เลย รับรองว่าจะได้ทั้งความอิ่ม ความอร่อยและได้รับประโยชน์มากมาย เรียกว่าเป็นเมนูอาหารจีนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย จะทำทานเองก็ได้ หรือทำขายก็ดี ใครอยากทานอาหารโบราณ เราขอ แนะนำอาหารจีน เมนูนี้เลย

อ่านบทความอื่นๆ: